หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม




 
 
 
'ประยุทธ์' พอใจตัวเลขนักท่องเที่ยว เผยเชื่อมั่น ตปท.เริ่มกลับมา
 




“ประยุทธ์” หวังคนไทยรู้รักสามัคคีถวายในหลวง หลังพระอาการดีขึ้น ขอบคุณสื่อเสนอข่าวสร้างสรรค์ ระบุดูแล้วหายเหนื่อย โวความเชื่อมั่น ตปท.เริ่มกลับมา พอใจตัวเลขนักท่องเที่ยว เน้นพัฒนาขีดความสามารถแข่งขันของไทย แนะช่วยกันทำผลผลิตการเกษตรให้เกิดนวัตกรรมใหม่ โอดให้รัฐอุดหนุนอย่างเดียวไม่ไหว เผยลงนาม MOU รถไฟกับจีน ดันศูนย์กลางภูมิภาค วอนคนมีเหตุมีผลแทนฟังข่าวลือ ชื่มชม “ขุนพลช้างศึก” หลังทำผลงานดีชิงแชมป์อาเซียน
 

วันที่ 19 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ช่วงหนึ่ง ว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น พสกนิกรชาวไทยได้ยินดี พร้อมใจกันทำความดีถวายในหลวง เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 87 พรรษา และในสัปดาห์นี้ชาวไทยทั้งประเทศก็ได้รับทราบข่าวดีอีกครั้ง เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 12 ว่า พระอาการทั่วไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวดีขึ้น เสวยได้มากขึ้น บรรทมได้ดี และทรงมีพระวรกายแข็งแรงขึ้น ในโอกาสนี้ ตนขอเชิญชวนปวงชนชาวไทย ร่วมกันปฏิบัติตามค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลตลอดทั้งปี เพราะจะเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความยั่งยืนของอนาคตของประเทศเราในอนาคตด้วย

“ผมมั่นใจว่า การรู้รักสามัคคีของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะเป็นการถวายพระพรและเป็นการเสริมสร้างกำลังพระทัยแด่พระองค์ท่าน ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยลำดับ” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณสื่อทุกภาคส่วน ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และ Social Media ที่นำเสนอในลักษณะสร้างสรรค์ สร้างกำลังใจให้แก่กัน แล้วก็สร้างการรับรู้ให้กับต่างประเทศด้วยในสิ่งที่ดีๆ ของไทย โดยนำเสนอข่าวลูกกตัญญู ด.ช.ศุภณัฐ ศรียอด หรือ น้องพร อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวัดราชบพิธ ด.ญ.กนกวรรณ สุวรรณ หรือ น้องจ๊ะจ๋า อายุ 12 ปี โรงเรียนบ้านคลองขุด จ.สตูล และ ด.ญ.รุจิรา อุบลครุธ อายุ 9 ขวบ โรงเรียนทุ่งกลมตันหมัน จ.ชลบุรี ที่ช่วยกวาดถนนแบ่งเบาภาระบุพการีกวาดถนน

แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกอายเพื่อนเพราะถูกเพื่อนๆ ล้อเลียนอยู่บ้าง แต่ก็ใช้ความเพียรพยายาม อดทน อดกลั้น เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่สุจริต การทำความดีเป็นสิ่งที่ไม่น่าอาย เช่นเดียวกับ น.ส.สุนิดา อาลีนะ ดูแลพ่อ ซึ่งเคยรับราชการทหารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และถูกคนร้ายซุ่มยิงจนขณะนี้พิการเดินไม่ได้ วันไหนที่ต้องไปเรียน ก็จะเตรียมอาหารบรรจุถุงใส่รถสามล้อนะครับ และพาพ่อไปที่มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ด้วย ช่วงพักเที่ยงจะลงมาป้อนข้าวป้อนน้ำให้พ่อ โดยไม่นึกท้อ หรืออายเพื่อนๆ เพราะถือว่าคุณพ่อเป็นวีรบุรุษ

รวมไปถึงเรื่องความซื่อสัตย์ของ นายโกศล ใคลคลาย อายุ 48 ปี คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้นำเอกสารสำคัญ พร้อมเงินสดจำนวนหนึ่งไปคืน นายทาเลีย อูลาร์ฟ ยูเฟอร์ อายุ 44 ปี ชาวนอร์เวย์ นักปั่นจักรยานรอบโลก แม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่มาก แต่ก็ทำให้แขกผู้มาเยือนประเทศของเรารู้สึกประทับใจ และซาบซึ้งถึงจิตใจที่ดีงามของคนไทย ที่มีความจริงใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น

“ผมติดตามมาตลอด เวลาเหนื่อยๆ เครียดๆ พอได้เห็นข่าวเหล่านี้ จะรู้สึกมีแรงบันดาลใจเพิ่ม เหมือนเป็นการเติมพลัง ทำให้เราเห็นว่าสังคมไทยมีเยาวชนและคนดีๆ ที่น่ายกย่อง แล้วก็เป็นความหวังของชาติ อยากให้ทุกคนเอามาเป็นตัวอย่าง” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยว่า มีหลายอย่างด้วยกัน ทั้งการเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร การจัดตั้งโรงงานที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ จะต้องทำให้มากขึ้น ตอนนี้รัฐบาลเร่งรัดเรื่องนี้อยู่ โดยในปีนี้จะมีโรงงานยางมาเพิ่มอีก 2 โรง ซึ่งช่วงนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้มากในการจัดตั้งโรงงานต่างๆ ในเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน คาดว่าน่าจะถึง 8 แสนล้านบาท ในปี 2557 ตนคิดว่าวันนี้เราได้ความเชื่อมั่นกลับมาพอสมควร การท่องเที่ยวก็ดีขึ้น ยอดนักท่องเที่ยวราว 23 ล้านคน อาจจะลงไปปีที่ผ่านมาเล็กน้อย

นอกจากนี้ การขับเคลื่อนทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลนั้น จำเป็นต้องปราศจากการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญต้องดำเนินงานมาทั้งการบริหารในเรื่องของการจัดระเบียบ ในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมด้วย ให้ความเป็นธรรมทุกภาคส่วน โดยรัฐบาลกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ เพื่อเป็นการบูรณาการการแก้ไขปัญหาในเรื่องการของแข่งขันด้านผลิตผลทางการเกษตรของไทยกับต่างประเทศเพื่อนบ้านนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าของเราไม่แพ้ประเทศไหน หลายประเทศชอบผลไม้ไทยมาก แต่มีปัญหาในเรื่องของการตลาด เรื่องข้อตกลงทางการค้า และเรื่องมาตรฐานเกณฑ์ปลอดภัย วันนี้มีหลายประเทศระงับการขนส่งสินค้า ผลิตผลทางการเกษตร ผลไม้ อาหารทะเลต่างๆ ของเรา เราก็ต้องปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานของเราให้ได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ แต่ละประเทศก็มีเอกลักษณ์ประจำตัว มีข้อได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้น เราต้องแสวงหาจุดเด่นของเราแล้วพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นที่ต้องการของตลาด ยกตัวอย่างข้าวหอมมะลิของไทยที่เคยได้รับการชื่นชมว่าเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก

วันนี้หลายประเทศพยายามที่จะปลูกข้าวหอมมะลิขึ้นมาแข่งขันกับเรา ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านก็มีการพัฒนามาตามลำดับจนทัดเทียม หรือเกือบทัดเทียมได้หมดแล้ว เราต้องเร่งพัฒนา หาความแตกต่าง ทำจุดเด่นให้เป็นจุดเด่นมากขึ้น ยกระดับคุณภาพสินค้าให้คงความโดดเด่นสำหรับการแก้ไขปัญหาราคายางพารานั้น

"ในเรื่องของการปลูกข้าวหอมมะลิโลก วันนี้ก็เห็นในหนังสือพิมพ์ บทความจากคอลัมน์นิสต์ ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้กล่าวถึงโครงการพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิโลก ให้ความรู้กับพี่น้องชาวนาในเรื่องของการปลูกข้าวคุณภาพ ว่าทำอย่างไรไม่ให้ข้าวกลายพันธุ์ การควบคุมแปลงเพาะปลูก และการจัดการผลิตผล โดยไม่มีการทำสัญญาบังคับการขายแต่อย่างใด ขอบคุณนะครับ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ก็มีสิ่งดีๆหลายอย่างในสื่อนะครับ ก็ขอให้นำสิ่งเหล่านี้มาเสนอเป็นข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมด้วย หลายๆ เล่ม หลายๆคอลัมน์ หลายๆ สื่อ ที่มีเรื่องของเศรษฐกิจที่ดีๆ มีการทำอะไรต่างๆ ของรัฐบาลในสิ่งที่ใหม่ๆ ก็ดีกว่าไปเสนอข่าวสังคมแต่เพียงอย่างเดียว ผมไม่ได้ต่อต้านนะ ก็เสนอไป แต่ต้องเอาสิ่งดีๆ มาให้คนรับรู้ว่า ทำอย่างนี้ แล้วจะดี อะไรที่เป็นปัญหา เป็นข้อติดขัดอะไรต่างๆ ก็บอกมา รัฐบาลก็พร้อมที่จะดูแล" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ยางสามารถพัฒนาหลายรูปแบบ ประเด็นสำคัญของราคายางที่มีแต่ตกลงไปเรื่อยๆ ทุกปี เพราะการแข่งขันสูง วันนี้หลายประเทศปลูกได้หมดแล้ว จึงต้องคิดถึงนวัตกรรมใหม่ๆ คิดไปถึงว่า ยางรถยนต์ขนาดใหญ่ แล้วก็ยางเครื่องบิน วันนี้ก็บริษัทที่มาเขารับว่าจะพัฒนาภายในปีครึ่งให้ได้ หรืออย่างอื่น เช่น ทำพรมปูพื้น แผ่นปูรองพื้นสนามกีฬา เพื่อที่จะได้ยกระดับราคายาง

“ถ้าให้รัฐบาลอุดหนุนราคาอย่างเดียว คงไปไม่ไหวจริงๆ ผมอยากให้แทบตาย แต่ว่าไม่ไหวจริงๆ เพราะไม่มีสตางค์แล้วนะ ก็คงต้องอดทนกันไปนิดหนึ่ง ผมรู้ว่าเดือดร้อน เห็นใจ ไม่ได้หลอกลวงพี่น้องเลย ทุกคน มีหลายพวกด้วยกัน ทั้งข้าว ทั้งยาง ทั้งมัน หลายๆ อย่าง ผลิตผลการเกษตรที่ค่อนข้างจะมีปัญหา ถ้าเราช่วยอย่างหนึ่ง อีกอย่างหนึ่งเดือดร้อนจะทำอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC ก้าวหน้าไปมาก เวลา 6 เดือนที่ผ่านมา 3 เดือนก็เอามาทบทวนแก้ปัญหาอะไรต่างๆ ที่เร่งด่วน อีก 3 เดือนก็ไปเยี่ยมเยือนรอบบ้านเขาบ้าง ไปประเทศไกลๆ ประเทศมหาอำนาจบ้าง ทั้งนี้ เพื่อจะเตรียมความพร้อมในเรื่องของการเป็นผู้นำของภูมิภาคอาเซียน โดยในห้วง 2 วันนี้เป็นวาระสำคัญประเทศไทย เราเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS Summit ครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นความร่วมมือของประเทศอาเซียนภาคพื้นดินตอนบน โดยมีผู้นำจาก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม และไทย ร่วมการประชุมกันที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและเสริมสร้างขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ และการพัฒนากฎระเบียบให้เกิดความเชื่อมโยงกันในภูมิภาคระหว่าง

ซึ่งการพัฒนาการเชื่อมโยงเส้นทางต่างๆ ต้องต่อกันให้ได้ รัฐบาลนี้ร่างไว้แล้ว ทั้งทางรถไฟ ทางถนน ทางน้ำ ก็เตรียมแผนไว้ จะได้คุยกัน ทั้งนี้ ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ความร่วมมือ ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ 1.การค้าสินค้าเกษตรระหว่างไทยกับจีน และ 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟความเร็วปานกลางของประเทศไทย 2 เส้นทาง คือ หนองคาย - แก่งคอย – มาบตาพุด และแก่งคอย – กรุงเทพฯ ที่เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐบาล ในการยกระดับบทบาทของประเทศไทย ให้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง (Connectivity) กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับจีนและอินเดีย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงโครงการคืนความสุขให้เธอ...เยาวชน ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้แนวคิดวิทยาศาสตร์ นำชาติยั่งยืน โดยตนได้ไปเปิดงาน ที่ท้องฟ้าจำลอง แต่ก็ยังมีกิจกรรมในจุดอื่นอีก 16 แห่ง เพื่อจะกระตุ้นความสนใจสร้างแรงบันดาลให้คนอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นคนมีเหตุมีผล

“เวลามีข่าวลือนั่นนี่ แล้วมาถามผม ผมตอบไม่ได้ ต้องเป็นวิทยาศาสตร์ นั่นเขาเรียกไสยศาสตร์หรือเปล่าไม่รู้ เมื่อวานมีคนถามผมเรื่องโชคลาง ซึ่งเป็นความนับถือของแต่ละคน ผมก็ไม่ไปลบหลู่ใคร ผมก็เชื่อมั่นว่า สำคัญต้องมีสติ ทำความดีไว้แล้วกันคุ้มครองทุกอย่าง พระเจ้าก็ไหว้ซะบ้าง ศาสนาไหนก็นับถือกันไป วันนี้สื่อเทคโนโลยีเร็ว โซเชียลมีเดียเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องมีสติอย่าเชื่อกันไปโดยไม่มีเหตุมีผล ทำให้เกิดผลเสียเกิดตื่นตระหนก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า เรื่องคำขวัญวันเด็กประจำปี 2558 ที่ได้ให้ไว้ว่า “ความรู้...ต้องมาคู่กับคุณธรรม” จะนำพาไปสู่อนาคต เพราะคนเป็นคนดี มีคุณธรรม รู้อะไรดีไม่ดี รู้อะไรโกงไม่โกง จะได้ไปด้วยกัน ทุกโรงเรียนทุกสถานศึกษาต้องดูแลนักเรียนให้ดี เหมือนรัฐบาลที่ทำอะไรก็เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะฉะนั้น ครู สถานศึกษา กระทรวงศึกษาฯ ก็ต้องเอานักเรียนนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง ความผูกพันก็เกิดขึ้น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนก็ดี เหมือนพ่อแม่คนที่ 2 ฝากทุกคนให้ช่วยกันในการเสริมสร้างหน้าที่พลเมืองที่ดี สิทธิและหน้าที่ด้วยไปคู่กัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ ทางภาคเหนือและภาคอีสานกำลังประสบภัยแล้งและภัยหนาว พวกหนึ่งแล้งแล้วก็หนาว อีกพวกหนึ่งกำลังไปเที่ยวสวยงาม ขัดแย้งกัน ประเทศไทย เพราะมีความแตกต่าง มีความเหลื่อมล้ำ ทำอย่างไรจะดูแลคนเหล่านี้ ไปเที่ยวเอาเสื้อหนาว หรือเสื้อผ้าเก่าๆ ที่ไม่ได้ใช้ติดไปด้วยมอบให้แก่คนเหล่านั้น นี่เรียกน้ำใจคนไทย หากคนที่นั่นนั่งสั่นงันงกอยู่ข้างทาง แต่คนไปเที่ยวถ่ายรูปสนุกสนาน มันดูขัดแย้งกัน วันนี้ต้องเผื่อแผ่กัน ส่วนอีกอันคือเรื่องน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หลายจังหวัดเดือดร้อนอยู่ ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ให้มีการป้องกัน และแก้ไขฟื้นฟูให้ได้โดยเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลจะมอบให้ ถือเป็นวัฒนธรรมไทยที่ปีใหม่ก็มีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กัน รัฐบาลก็ไม่มีอะไรจะให้ นอกจากสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน เป็นเรื่องอนาคตที่ต้องทำในขณะนี้อยู่ การปฏิรูปเป็นของขวัญที่ยั่งยืน ราคาผลิตผลการเกษตรจะขึ้นอย่างไร โดยการสร้างโรงงานอะไรขึ้นมา นั่นคือของขวัญที่ราจะมอบอย่างยั่งยืน แต่วันนี้ของขวัญที่ให้ปีใหม่จริงๆ ก็ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอย ซื้อของราคาถูกลง บางอย่างลดถึง 80% ตามที่กระทรวงพาณิชย์จัดมา ก็ต้องขอบคุณห้างร้านต่างๆ ให้การช่วยเหลือ เสียสละยอมลดกำไร ก็ขอให้เจริญๆ พวกไหนที่เอาเปรียบคน ตนว่าอยู่ได้ไม่นาน อย่าไปอุดหนุน เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา รัฐบาลขอร้อง ก็ช่วยกันบ้าง

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวชื่มชมทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ที่กำลังแข่งขันในรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หรือฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนด้วย ว่า ตนได้มีโอกาสดูผ่านทางทีวี เล่นดีทั้งคู่ ต้องขอขอบคุณขุนพลช้างศึก นักฟุตบอล โค้ช ผู้จัดการทีม ที่ได้สร้างความสุขให้กับคนไทย ที่สำคัญการรักษากติกา อะไรนิดๆ หน่อยๆ ก็ให้อภัยกัน เป็นพี่น้องกัน เพื่อนบ้านกัน ไม่ถึงขนาดไปตบตีกัน อยากฝากให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไปตรวจสอบด้วย หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นนอกสนาม หรือการขว้างขวดน้ำต่างๆ เพราะกระทบภาพลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้ มองว่าสิ่งที่ดีคือเรามีไทยพรีเมียร์ลีก ทำให้เราได้คัดเลือกนักกีฬามาแล้วได้รวมทีมชาติไทย พัฒนาไปมาก

“นักฟุตบอลไปไหนก็ถูกคาดหวัง แต่อย่าไปตื่นเต้น เป็นเรื่องที่เป็นกำลังใจ อย่าไปกดดันตัวเอง ต้องมีสติ ขอบคุณทีมขุนพลช้างศึก ก็เป็นนักกีฬาทั้งทีมที่เป็นคนไทย แล้วก็กีฬาอื่นๆ ด้วย ที่ผ่านมาก็มีชื่อเสียง คว้าชัยชนะมามากมาย” นายกฯ ระบุในช่วงท้าย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่ร่มเย็นน่าอยู่มั่นคงแข็งแรงอย่างยั่งยืนในทุกมิติต่อไป ทุกคนต้องเตรียมความพร้อมที่จะเผชิญกับสถานการณ์ในวันข้างหน้า วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ ถ้าเราแข็งแรง ก็จะผ่านไปได้

“ขอให้มีความสุขในปีใหม่ ทุกคนปลอดภัย เดินทางด้วยความสุข คนขับรถระมัดระวังอย่าดื่มสุรา การรื่นเริงต่างๆ ก็ดื่มสุราแต่น้อย ถ้าใครรู้ว่ามีหน้าที่อะไรก็ต้องระมัดระวัง อย่าให้มันเกินไปจนท่านควบคุมตัวเองไม่ได้ มันบานปลายมาเดือดร้อน ทะเลาะเบาะแว้ง สู้กัน ฆ่ากัน เสียดายชีวิต เกิดมาพ่อแม่เลี้ยงมาตั้งกี่ปี หมดเงินหมดทองไปเท่าไรไม่รู้ มาตายด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ขับรถตายเพราะเมาสุรา หรือตีกัน คนเราต้องหมั่นทำความดีนะ ไหว้พระไหว้เจ้า เคารพศาสนา ดูแลทุกคน เป็นกุศล จะได้มีชีวิตที่ยืนยาว แล้วก็เป็นสุข ดูแลคนอื่นเขาด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว






ไทยรัฐ
 

 
อัพเดตเมื่อ : วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2557 02:24 น.
เปิดอ่านแล้ว 2351 ครั้ง

 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 


 

 











 

 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com