หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
การขอรับค่าตอบแทนจากรัฐ กรณีผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหาย จากการกระทำผิดอาญาของผู้อื่น
 





 


        การขอรับค่าตอบแทนจากรัฐกรณีผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดอาญาของผู้อื่น ซึ่งผู้เสียหายไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถเรียกค่าตอบแทนจากรัฐได้ดังต่อไปนี้

        - ได้รับความเสียหายทางร่างกาย จิตใจ หรือถึงแก่ความตาย เนื่องจากถูกทำร้าย ถูกฆ่าตาย ถูกลูกหลง ถูกทำให้แท้งลูก ถูกข่มขืน ถูกกระทำอนาจาร

        - ได้รับความเจ็บสาหัส หรือตายจากการกระทำโดยประมาทของผู้อื่น

       - เด็ก คนชรา คนป่วยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้และถูกทอดทิ้ง

ให้ปฏิบัติดังนี้

        1. แจ้งความเพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ณ ท้องที่เกิดเหตุ
        2. พบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจรักษา กรณีตายให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อออกใบมรณบัตร
        3. รวมรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
        4. ยื่นคำขอรับเงินค่าตอบแทนภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รู้ถึงการกระทำผิด


สิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของผู้เสียหาย

    กรณีทั่วไป

        - ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
        - ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
        - ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ อัตราวันละไม่เกิน 200 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
        - ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
        - ค่าตอบแทนกรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย ตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
        - ค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท
        - ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู ไม่เกิน 30,000 บาท
        - ค่าเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 30,000 บาท



จำเลยขอรับค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายจากรัฐได้ ในกรณีดังต่อไปนี้
        
       เมื่อถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาและถูกคุมขังในระหว่างศาลพิจารณาคดี ต่อมาปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องระหว่างการดำเนินคดีหรือมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ยกฟ้องจำเลยโดยข้อเท็จจริง ฟังเป็นยุติะว่าจำเลยมิได้กระทำความผิด

ให้ปฏิบัติดังนี้

1. ติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลที่อ่านคำพิพากษา เพื่อขอคัดสำเนาเอกสาร โดยให้เจ้าหน้าที่รับรองสำเนาถูกต้องดังนี้
        - สำเนาคำพิพากษาของศาลทุกศาลที่มีคำพิพากษา
        - สำเนาหมายขัง หมายจำคุก และหมายปล่อย
        - สำเนาใบแต่งทนายความ
        - หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

2. สำเนาหนังสือว่าจ้างว่าความกรณีที่ไม่ใช่ทนายขอแรง
3. รวบรวมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
4. ยื่นคำขอรับเงินค่าทดแทนภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง หรือศาลมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด


สิทธิการได้รับเงินช่วยเหลือของจำเลย

    กรณีทั่วไป

        - ค่าทดแทนการถูกคุมขัง อัตราวันละ 200 บาท
        - ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท ความเจ็บป่วยต้องเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี
        - ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 50,000 บาท ความเจ็บป่วยต้องเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี
        - ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างถูกดำเนินคดีอัตราวันละไม่เกิน 200 บาท นับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ
        - ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี เช่น ค่าทนายความเท่าที่จ่ายจริงในอัตราไม่เกินกฏกระทรวงกำหนด และ ค่าใช้จ่ายอื่นเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

กรณีเสียชีวิต

        - ค่าทดแทนจำนวน 100,000 บาท
        - ค่าจัดการศพ จำนวน 20,000 บาท
        - ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดู จำนวนไม่เกิน 30,000 บาท
        - ค่าความเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

        "คณะกรรมการจะกำหนดให้ผู้เสียหายหรือจำเลยได้รับค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายเพียงใดหรือไม่? จะคำนึงถึงพฤติการณ์ความร้ายแรงของการกระทำความผิด สภาพความเสียหาย พฤติการณ์ของคดี ความเดือดร้อนที่ได้รับ และให้พิจารณาถึงโอกาสที่ผู้เสียหายหรือจำเลยจะได้รับการชดเชยจากทางอื่นด้วย"



ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ

        - ผู้เสียหายหรือจำเลย
        - ทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย (กรณีผู้เสียหายหรือจำเลยถึงแก่ความตาย)
        - ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาล ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามี หรือภริยา (กรณีเป็นผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ หรือไม่สามารถยื่นคำขอด้วยตัวเองได้)
        - บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย จำเลย หรือทายาท เมื่อมีเหตุจำเป็นตามระเบียบ

       "ผู้ยื่นคำของที่ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย"

(การยื่นอุทธรณ์ให้ยื่นต่อสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา หรือศาลจังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ หรือสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งให้แก่ศาลอุทธรณ์ก็ได้)


สถานที่ยื่นคำขอ

        ในส่วนกลาง ให้ยื่นที่สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

        ต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานบังคับคดี เรือนจำจังหวัด ทัณฑสถาน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สำนักงานคุมประพฤติและสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ










======================================================
สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา : 
120 หมู่ 3 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (อาคาร A) ชั้น 2 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร. 02-141 283-89 www.rlpd.moj.go.th หรือ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดทั่วประเทศ





 

 
อัพเดตเมื่อ : วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2557 19:32 น.
เปิดอ่านแล้ว 3882 ครั้ง
 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 


บทความยอดนิยม






 

 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com