หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
กฏหมายเกี่ยวกับที่ดิน การครอบครองที่ดิน สิทธิในที่ดิน ทางจำเป็น สำหรับที่ดินที่ไม่มีทางออก
 

 




 

ที่ดิน คืออะไร?
 
          ที่ดินนับเป็นทรัพย์สินที่มีค่ามากในปัจจุบัน และนับวันราคาของที่ดินก็จะมีแต่จะแพงขึ้น ประกอบกับที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ชาวบ้านชาวช่องต่างก็พยายามเสาะแสวงหาที่ดินมาครอบครองเป็นเจ้าของ และด้วยเหตุดังกล่าวปัญหาที่ดิน จึงมักพบเป็นปัญหาข้อพิพาทที่เห็นได้บ่อยๆ และปัญหานั้นก็มักจะขึ้นไปสู่ศาล เพื่อให้ศาลเป็นคนกลางในการตัดสินเป็นจำนวนมาก โดยปัญหาข้อพิพาทที่พบมากได้แก่ การฟ้องขับไล่ให้ออกไปจากที่ดิน การร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดิน การแย่งการครอบครองที่ดิน การปิดทางเข้าออกของเจ้าของที่ดิน เป็นต้น
 
          ที่ดิน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเราก็ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยการปลูกสร้างบ้านเรือน ใช้ในการเพาะปลูกพืชผักต่างๆ เพื่อเอามาเป็นอาหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราก็รู้ๆกันอยู่  แต่ทีนี้เรามาดูความหมายของที่ดินตามกฎหมายกันบ้างว่า ที่ดินมันมีความหมายว่าอย่างไร
 
          “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นที่ดินทั่วไป และให้หมายความรวมถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบเกาะ  และที่ชายทะเลด้วย
 
          จากความหมายข้างต้น ของคำว่า ที่ดิน ซึ่งตามปกติเราเข้าใจเอาเองว่า เป็นพื้นดินทั่วๆไป เท่านั้น แต่เมื่อกลับมาดูความหมายตามกฎหมาย ก็เห็นวได้ว่า มันมีความหมายกว้างไปกว่านั้นมาก โดยรวมเอาสิ่งที่ไม่ใช่ที่ดินจริงๆ เข้ามาไว้ในความหมายของ ที่ดิน ด้วยนะครับ
 


การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน

 

 

          ที่ดิน  เป็นของที่มีค่าและเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชาวบ้านอย่างเราๆ หากไม่มีที่ดินแล้ว ก็คงจะไม่มีที่ที่จะอยู่อาศัย  ไม่มีอาหารที่จะเอากิน และสุดท้ายก็คงไม่มีมนุษย์คนใดมีชีวิตรอดอยู่ได้บนโลกใบนี้อย่างแน่นอน
 

          ในเมื่อที่ดินมีค่าและมีความจำเป็นอย่างที่ว่ามาแล้ว การเป็นเจ้าของที่ดินซักแปลงหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็ใฝ่ฝัน ดังนั้นการเสาะหาและการแย่งที่ดินในปัจจุบัน จึงเป็นเรื่องปกติที่เห็นอยู่ได้ทั่วไป ซึ่งสำหรับคนที่มีทุนอยู่มาก ก็สามารถที่จะกว้านซื้อเอาไว้ได้มาก หากมีน้อยก็ได้แปลงน้อย หรือหากใครไม่มีเงินเลย อย่างนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้
 

          แต่ว่าบางคน มีที่ดินเยอะมาก แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่า ไม่เคยเข้าไปดูแลที่ดินเลยเป็นสิบๆปี ซ้ำร้ายกว่านั้น บางคนกว้านซื้อที่ดินเอาไว้เก็งกำไรเท่านั้น โดยที่คนซื้อเองก็ไม่รู้ว่าหรอกว่าที่ดินของตัวเองอยู่ที่ไหนบ้างพอวันดีคืนร้ายอยากไปดูที่ดินของตัวเองตามที่อยู่ที่ปรากฎในโฉนด แต่พอไปถึง อ้าว...มีคนมาอาศัยอยู่เสียแล้ว พอเข้าไปถาม คนที่อยู่อาศัยในที่ดินก็บอกว่า เขาได้เข้ามาอยู่อาศัยเป็นเวลากว่า 20 กว่าปีแล้ว กรณีอย่างนี้เจ้าของที่ดินจะทำอย่างไรและคนที่เข้ามาอยู่อาศัยมีสิทธิในที่ดินบ้างหรือไม่ เรามาดูรายละเอียดกัน
 

         การครอบครองปรปักษ์ที่ดิน คือ การแย่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่มีเจ้าของ โดยการเข้าไปครอบครองที่ดินที่มีโฉนดของคนอื่นโดยสงบและเปิดเผย ด้วยการแสดงตัวว่าตัวเองนั้นเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้น และได้ครอบครองทำประโยชน์ติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี เมื่อครบ 10 ปี แล้ว คนครอบครองก็จะเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นไปโดยทันที
 

          การครอบครองปรปักษ์ที่ดินนั้น จะทำได้เฉพาะที่ดินที่มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินเท่านั้น ส่วนที่ดินอื่นๆ ไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ที่ดินได้
 

          การเข้าไปครอบครองที่ดินของคนอื่นนั้น ได้เข้าไปครอบครองทำกินโดยสงบ คือ ไม่มีการโต้แย้ง คัดค้าน หรือขับไล่จากเจ้าของที่ดินเดิม และเปิดเผยให้คนอื่นๆ หรือคนทั่วไปได้เห็น หรือเข้าใจได้ว่า คนที่เข้าไปครอบครองที่ดินนั้น เป็นเจ้าของที่ดิน
 

          เมื่อได้ครอบครองทำกินในที่ดินแปลงนั้น ครบกำหนด 10 ปี แล้ว คนครอบครองก็จะได้กรรมสิทธิ์ หรือเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมายทันที แต่ว่าการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือการเป็นเจ้าของที่ดินนั้น ก็ยังไม่สมบูรณ์ที่สุด นอกจากผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินจะได้ไปจดทะเบียนการได้ที่ดินนั้นมากับเจ้าหน้าที่เสียก่อน โดยผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน จะต้องไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาแสดงสิทธิ์ในที่ดินว่า ผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินนั้นเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมายแล้ว จากนั้นก็ต้องไปดำเนินการติดต่อยังสำนักงานทะเบียนที่ดิน เพื่อจดทะเบียนที่ดินเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของที่ดินเดิมในโฉนดที่ดินนั้น มาเป็นของผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินเสียก่อนครับ
 

          ผลของการไม่ไปจดทะเบียนการได้มาซึ่งที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์กับเจ้าหน้าที่นั้น เบื้องต้นผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน สามารถที่จะอ้างสิทธิความเป็นเจ้ากับเจ้าของที่ดินเดิมได้ แต่ว่าผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ดิน จะไม่สามารถเอาไปอ้างหรือเอาไปโต้แย้งบุคคลภายนอก ที่ได้เข้ามาซื้อที่ดินโดยสุจริต และได้ไปทำการจดทะเบียนโอนกันอย่างถูกต้องแล้วได้
 

          สุดท้ายนี้ คนที่เป็นเจ้าของที่ดินทั้งหลาย ก็อย่าได้ปล่อยปละละเลยที่ดินของตัวเองนะครับ ให้เข้าไปดูแล้วทำประโยชน์บนที่ดินนั้นเสีย อย่าไปมัวคิดเอาเองว่า อย่างไรเสียก็เป็นเจ้าของ คงไม่สูญหยไปไหน สุดท้ายก็หารู้ว่า กฎหมายเขาได้ให้สิทธิกับคนที่ได้เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินนั้นจริงๆ ครับ ไม่ใช่เพียงในนาม



สิทธิในที่ดิน

 

          การที่จะเป็นเจ้าของที่ดินได้นั้น เราไม่สามารถจะเอาที่ดินมาเป็นของเราเองได้ โดยไร้การรับรองหรือการคุ้มครองจากกฎหมาย เพราะว่าหากไม่มีกฎหมายเข้ามาคุ้มครองหรือควบคุมไว้ ปัญหาการแย่งชิงที่ดินระหว่างชาวบ้านประชาชนก็จะเกิดขึ้น โดยคนที่มีกำลังมากกว่า พรรคพวกเยอะกว่า ก็จะใช้กำลังเข้ามาแย่งชิงเอาที่ดินนั้นไปเสีย จากนั้นก็อาจจะมีคนที่เก่งกว่า มีกำลังมากยิ่งกว่าก็จะเข้ามาแย่งชิงที่ดินเพื่อเอามาเป็นของตัวเองต่อไปเป็นทอดๆไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ บ้านเมืองของเราคงวุ่นวายน่าดูชมเลยนะครับ
 

          กฎหมายได้วางหลักเกณฑ์ให้ชาวบ้านสามารถมีสิทธิเป็นเจ้าของที่ดินได้ โดยการให้ชาวบ้านประชาชนที่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อน สามารถไปยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง ก็จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้บุคคลที่ขอที่ดินนั้นต่อไป


หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น ก็ได้มีการแบ่งแยกเป็น 2 ประเภท ซึ่งก็คือ

          1. หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ คือ เอกสารที่ทางราชการออกให้แก่ผู้มีสิทธิในที่ดิน เพื่อรับรองความเป็นเจ้าของในที่ดินแปลงนั้น โดยหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นคือ

             -โฉนดที่ดิน ซึ่งมีอยู่ 6 แบบ คือ น.ส.4 ก. , น.ส.4 ข. , น.ส.4 ค. , น.ส.4 , น.ส.4 ง. และ น.ส.4 จ.

             -โฉนดแผนที่

             -โฉนดตราจอง

             -ตราจองที่ตราว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว”

 

          2. หนังสือแสดงสิทธิครอบครอง คือ เอกสารที่ทางราชการออกให้แก่ผู้มีสิทธิในที่ดิน เพื่อรับรองว่า ผู้นั้นเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้รับรองว่า บุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวแต่อย่างใด เอกสารที่กล่าวมาคือ
 

             - หนังสือรับรองการทำประโยชน์ คือ

                 น.ส.3 ก. เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกในท้องที่ที่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ

                 น.ส.3 ข. เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออกในท้องที่ที่ไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ

                 น.ส.3 เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่ออกในท้องที่อื่นๆ

             -ใบจอง คือ หนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราว ซึ่งก็คือ ใบ น.ส.2 หรือ น.ส.2 ก.

             -ใบไต่สวน หรือ หนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน ซึ่งก็คือ ใบ น.ส.5

 

          ข้อแตกต่าง ระหว่าง หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ กับ หนังสือแสดงสิทธิครอบครอง คือ หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์นั้น เป็นหนังสือที่แสดงว่า คนที่มีชื่อในโฉนดนั้น เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นอย่างถูกต้อง ส่วนหนังสือแสดงสิทธิครอบครอง เป็นเพียงหนังสือที่แสดงว่า ผู้ที่มีชื่อในหนังสือนั้น เป็นผู้มีสิทธิครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงนั้นเท่านั้นครับ

 

การแย่งที่ดินมือเปล่า

 
          ที่ดินมือเปล่า คือ ที่ดินที่ไม่มีหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ ซึ่งภาษาชาวบ้านก็เรียกว่า “โฉนดที่ดิน” นั้นเอง ซึ่งที่ดินมือเปล่านี้ ยังได้รวมไปถึงที่ดินที่มีหนังสือ น.ส.3 ที่ดินที่เป็น ส.ค.1 ที่ดินที่มีใบ ภบท.5 (ใบเสร็จการเสียภาษีให้ท้องถิ่น)อย่างนี้กฎหมายเขาก็เหมาเรียกเอาว่า ที่ดินมือเปล่า ด้วยเช่นกันนะครับ อย่าได้สงสัย
 
 
          ที่ดินที่มีโฉนดนั้น คนที่มีชื่อระบุเอาไว้ในโฉนด กฎหมายบอกว่า คนๆนั้นเป็นเจ้าของที่ดินเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้น สามารถจะใช้ประโยชน์จะขาย จ่าย โอนไปให้กับใครอย่างไรก็ได้ครับ
 
 
          ส่วนที่ดินมือเปล่านะหรือ ตรงนี้ก็ต่างออกไปครับ เพราะที่ดินมือเปล่านี้เป็นที่ดินที่ยังไม่สามารถจะมีเจ้าของได้จะมีได้ก็แต่เพียง ผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินเท่านั้น ซึ่งกฎหมายก็เรียกอย่างเท่ๆว่า “สิทธิครอบครอง” ตรงนี้ก็ให้เข้าใจไว้เท่านั้นนะครับ เพราะแม้ว่ากฎหมายจะว่าไว้อย่างไร ชาวบ้านอย่างเราๆ ก็เรียกรวมทุกอย่างว่าเป็นเจ้าของที่ดินนั่นแหละครับ
 
 
          เมื่อที่ดินมือเปล่าไม่มีโฉนด ก็หมายความว่า ไม่สามารถแย่งที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินได้ ดังนั้นหากจะแย่งที่ดินมือเปล่ากัน จะพอมีทางเป็นไปได้ไหม กฎหมายได้เปิดช่องเอาไว้หรือไม่ เรามาเบิ่งกันครับ
 
 
          ที่ดินมือเปล่า กฎหมายก็ได้รับรองสิทธิเอาไว้ เราเรียกว่า “สิทธิครอบครอง” ซึ่งสิทธิตรงนี้จะเกิดขึ้นมาเมื่อมีเจตนาจะยึดถือเอาทรัพย์สิน หรือที่ดินมือเปล่านั้นมาเป็นของตัวเอง และสิทธิครอบครองตัวนี้แหละ ที่สามารถแย่งกันได้ด้วยการแสดงออกโดยการเข้าไปยึดถือเอาที่ดินหรือทรัพย์สินต่างๆ มาเป็นของตัวเอง แค่นี้ผู้ที่เข้าไปยึดถือเอาก็มีสิทธิที่จะครอบครองในของสิ่งนั้นๆ  แล้ว มันง่ายใช่ไหมครับ
 
 
          ดังนั้นการแย่งที่ดินมือเปล่า สามารถที่จะทำได้ โดยการแย่งสิทธิการครอบครองในที่ดินแปลงนั้น การแย่งตรงนี้คือการเข้าไปยึดถือเอา หรือการเข้าไปทำกินทำประโยชน์ในที่ดินมือเปล่านั้น โดยเจตนาที่จะเอามาเป็นของตัวเอง เมื่อเข้าไปแย่งการครอบครองเป็นระยะเวลาติดต่อกันครบ 1 ปี บุคคลที่แย่งนั้นก็จะได้สิทธิครอบครอง หรือเป็นเจ้าของตามความเข้าใจของชาวบ้านทันทีครับ
 
 
          การแย่งสิทธิครอบครองในที่ดินมือเปล่านี้ มีระยะเวลาได้สิทธิสั้นกว่าที่ดินที่มีโฉนด คือเพียง 1 ปี เท่านั้น ดังนั้นใครมีที่ดินที่มีเพียงหนังสือ น.ส.3 หรือ ส.ค.1 รวมทั้งที่ดินมือเปล่าที่ไม่มีเอกสารอะไรเลย ก็ต้องหมั่นไปดูแลรักษาที่ดินของตัวเองเอาไว้ให้ดีๆ นะครับ เพราะหากรู้ตั้งแต่เนิ่นๆ เจ้าของที่ดินก็มีเวลาที่จะไปฟ้องขับไล่คนที่เข้ามาแย่งที่ดินออกไปได้ก่อนที่ตัวเองจะเสียสิทธิในที่ดินไปครับ
 

ทางจำเป็น สำหรับที่ดินที่ไม่มีทางออก
 
         ที่ดินตาบอด เป็นชื่อเรียกตามภาษาชาวบ้านทั่วไป ที่หมายถึงที่ดินที่ไม่มีทางออกสู่ทางหลัก หรือทางสาธารณะ ที่ดินตาบอดนี้เป็นที่ดินที่มักจะสร้างปัญหาให้กับคนที่เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นเสมอๆ เพราะว่าการที่ไม่มีทางเข้าออกนั้น มันทำให้เจ้าของที่ดินเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของตัวเองได้อย่างเต็มที่ หรือบางที่ก็อาจจะไม่สามารถทำประโยชน์ในที่ดินได้เลย สาเหตุก็เพราะว่า เมื่อไม่มีทางเข้าออกในที่ดินของตัวเองแล้ว มันก็ต้องอาศัยตัดผ่านเข้าไปยังที่ดินของคนอื่นเขา ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นปัญหา คือ เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่านไม่ค่อยจะยินดีจะให้ใครมาผ่านเขาออกซักเท่าไหร่ บางครั้งก็อาจถึงขั้นลงไม้ลงมือฆ่ากันตายเลยก็มีอยู่บ่อยๆ ก็ระวังๆกันไว้ด้วยนะครับ   
 
 
          ปกติที่ดินทุกแปลงจะมีการทำทางเข้าทางออกอยู่ด้วยเสมอ และหากรายใดไม่มีทางเข้าออกจริงๆ ก็มักจะมีการพูดคุยกับที่ดินแปลงข้างเคียง เพื่อขอเปิดทางเข้าออกไปสู่ถนนหลักได้  ซึ่งสมัยก่อนการพูดคุยกันไม่ใช่ยาก เพราะว่าในสมัยนั้นมันต้องพึ่งพาอาศัยกันในฐานะเพื่อนบ้าน แต่พอมาถึงยุคปัจจุบัน ซึ่งอะไรๆมันก็เปลี่ยนไป ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับ หากไม่มีข้อเสนอที่ดี ก็อย่าหวังมาคุยกันให้เปลืองน้ำลายเลย มันก็เป็นเสียอย่างงั้นไป
 
 
          ปัญหาที่ดินตาบอดปัจจุบันที่พบ มักจะเกิดจากการแบ่งที่ดินจากแปลงใหญ่ มาซอยย่อยออกมาเป็นแปลงเล็กๆ เพื่อแบ่งระหว่างพี่น้อง หรือกรณีที่เป็นการขอใช้ทางที่ดินของคนอื่น แล้วต่อมาภายหลังลูกหลานเขาไม่อยากให้ใช้เป็นทางเข้าออก ก็มาปิดเสียอย่างนี้เป็นต้น  ดังนั้นเมื่อใครมีปัญหาเกี่ยวกับที่ดินตาบอดที่ใกล้เคียงกับที่เล่ามานี้ ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจ หรือมานั่งร้องห่มร้องไห้ให้เสียสุขภาพจิตไปนะครับ เพราะเรื่องเหล่านี้มันมีทางแก้อยู่แล้วครับท่าน
 
 
          หากกรณีที่ที่ดินตาบอดไม่มีทางออก เพราะว่ามีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ หรือว่ามีทางออกแต่ว่าทางเข้าออกนั้นเข้าออกได้ลำบาก เพราะว่าต้องข้ามสระ ข้ามบึง ข้ามทะเล หรือว่ามันเป็นทางชัน ซึ่งทำให้การเข้าออกนั้นลำบากมากๆๆ อย่างนี้กฎหมายก็บอกว่า เจ้าของที่ดินนั้นมีสิทธิที่จะขอทางจำเป็นในการเข้าออกผ่านที่ดินที่ล้อมอยู่ ออกไปสู่ทางสาธารณะได้ครับ
 
 
          เมื่อได้ทางจำเป็นมาแล้ว การทำทางเข้าออกก็ต้องทำพอสมควร หรือตามความจำเป็นที่จะต้องใช้เท่านั้น โดยคำนึงให้เจ้าของที่ดินที่ถูกใช้เป็นทางเข้าออกนั้น เสียหายน้อยที่สุด ไม่ใช่ว่าใช้เป็นแค่ทางเดินเข้าเดินออก แต่ไปทำทางกว้างเสียรถบรรทุกวิ่งเข้าออกได้ อย่างนี้ก็เกินไป เอาแค่ใช้แค่ไหนก็ทำทางเท่านั้นนะครับ หากกรณีจำเป็นต้องใช้รถวิ่งเข้าออกด้วย อย่างนี้ก็สามารถสร้างถนนผ่านเลยก็ได้
 
 
          เมื่อได้ทางเข้าออกมาเป็นประโยชน์กับที่ดินของตัวเองสมใจแล้ว ก็อย่าเพิ่งเอาแต่ดีใจไปนะครับเพราะว่าของฟรีไม่มีในโลก  ผู้ใช้ทางต้องเสียค่าทดแทนให้แก่เจ้าของที่ดินที่ถูกใช้เป็นทางผ่านนั้นด้วยนะครับ ส่วนจะเป็นค่าทดแทนความเสียหายเป็นจำนวนเท่าไหร่ ตรงนี้ก็ต้องไปประเมินและตกลงกันอีกครั้งครับซึ่งค่าทดแทนที่ว่านี้ อาจจะเป็นเงินก้อนเดียว หรือเป็นเงินรายปีก็ได้เช่นกัน และสุดท้ายหากตกลงกันได้ด้วยดี ก็ควรจะพากันไปจดทะเบียนภารจำยอมกันให้เรียบร้อยด้วยนะครับ
 
 
          สุดท้ายนี้ ในการใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยการไปขอทางจำเป็น ถ้าเป็นการไปขอโดยปากเปล่ากับเจ้าของที่ดินแปลงที่ล้อมอยู่ เพื่อขอทางเข้าออกอย่างตรงๆ ส่วนมากแล้วคงไม่มีใครยินยอม ซึ่งหากกรณีเป็นอย่างนี้ การขอใช้สิทธิในเรื่องทางจำเป็นก็คงต้องไปพึ่งโรงพึ่งศาลแทนแหละครับ







คัดลอกจาก : http://www.chawbanlaw.com

 
 
อัพเดตเมื่อ : วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2557 13:58 น.
เปิดอ่านแล้ว 13639 ครั้ง
 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 


บทความยอดนิยม






 

 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com