หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
การเตาบัตตนแบบสำนึกตนเพื่อกลับไปหาอัลลอฮฺ
 

ความสำคัญของการเตาบัต


การเตาบัต หมายถึงการที่ผู้ทำผิดสำนึกตนและกลับไปหา อัลลอฮฺด้วยการขออภัยโทษจากพระองค์ 
มนุษย์ทุกคนนั้นล้วนหนีไม่พ้นจากการทำความผิดไม่ว่าจะมากหรือน้อย ยกเว้นผู้ที่อัลลอฮฺได้ปกป้อง เช่นท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม เมื่อมนุษย์ทำผิดสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการลบล้างความผิดนั้นด้วยการเตาบัตต่อพระองค์อัลลอฮฺ
การเตาบัตนั้นมีความสำคัญต่อมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะบาปทั้งหลายจะยังคงอยู่กับผู้ทำผิดถ้าหากเขาไม่สำนึกตน ไม่ขออภัยโทษ ไม่ทำความดีลบล้างความผิด และเมื่อความผิดบาปยังอยู่กับตัว เขาก็จะต้องได้รับโทษจากบาปที่เขาทำไว้
ดังนั้นอัลลอฮฺจึงได้กำชับให้มนุษย์มุ่งมั่นในการเตาบัตต่อพระองค์เมื่อรู้ว่าตัวเองทำผิด และพระองค์ก็สัญญาว่าจะทรงอภัยโทษให้กับผู้ที่เตาบัต และจะทรงเตรียมผลตอบแทนที่ดีในสวนสวรรค์แก่เขา พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า
??? ???????? ????????? ??????? ??????? ????? ????? ???????? ????????? ????? ????????? ??? ????????? ??????? ?????????????? ?????????????? ???????? ??????? ??? ????????? ??????????? (???? ???????:8) 
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย จงเตาบัตต่ออัลลอฮฺด้วยการเตาบัตที่จริงจัง เผื่อว่าอัลลอฮฺจะทรงลบล้างความผิดของพวกเจ้า และนำพวกเจ้าเข้าสู่สวรรค์ซึ่งมีสายน้ำไหลผ่านอยู่เบื้องล่างของมัน” (อัลกุรอาน สูเราะฮฺ อัต-ตะหฺรีม: 8)
การเตาบัตอย่างจริงจังเรียกว่า ‘เตาบัต นาศูฮา’ คือการเตาบัตด้วยความสำนึกอย่างจริงจังและตั้งใจว่าจะไม่กระทำความผิดอีก และถ้าหากว่าพลั้งเผลอทำผิดอีกครั้ง ก็จะรีบเตาบัตอย่างจริงจังอีกเช่นเดิม ถึงแม้ว่าจะพลั้งเผลอทำอีกจนนับครั้งไม่ถ้วน
มีหะดีษที่ระบุถึงความสำคัญของการเตาบัต เป็นเรื่องราวของชายคนหนึ่งซึ่งฆ่าคนถึงหนึ่งร้อยคนและต้องการเตาบัต อยู่ว่า “ครั้งหนึ่งก่อนหน้ายุคสมัยของพวกท่าน ยังมีชายผู้หนึ่งได้ฆ่าคนถึงเก้าสิบเก้าคน (และเขาต้องการกลับเนื้อกลับตัว) จึงได้ถามถึงผู้ที่มีความรู้ที่สุดในแผ่นดินเพื่อจะได้ไปขอคำแนะนำจากเขาผู้นั้น ดังนั้นจึงมีคนแนะนำให้เขาไปถามนักบวชผู้หนึ่ง เขาก็ได้ไปหาและถามนักบวชนั้นว่า เขาได้ฆ่าคนถึงเก้าสิบเก้าคน มีทางที่เขาสามารถเตาบัตได้ไหม? นักบวชตอบเขาว่า ไม่มี เมื่อฟังเช่นนั้นเขาจึงฆ่านักบวชนั้นเสีย และกลายเป็นคนที่ได้ฆ่าคนทั้งหมดหนึ่งร้อยคนถ้วน จากนั้นก็มีคนแนะนำให้เขาไปหานักปราชญ์ผู้หนึ่ง เขาจึงได้ไปหาและถามนักปราชญ์ผู้นั้นว่า เขาได้ฆ่าคนครบหนึ่งร้อยคนแล้ว มีทางที่เขาจะเตาบัตได้ไหม นักปราชญ์ตอบเขาว่า ย่อมมีทางสำหรับเขาแน่นอน เพราะไม่มีสิ่งใดเลยที่จะขัดขวางเขาจากการเตาบัต นักปราชญ์แนะนำให้เขาอพยพไปยังเมืองหนึ่งซึ่งมีแต่คนที่ชอบทำความดีและให้ทิ้งเมืองเดิมของเขาเสียเพราะเป็นเมืองที่มีแต่คนชั่ว เขาจึงออกเดินทางไปยังเมืองที่นักปราชญ์ผู้นั้นแนะนำ แต่เขาก็เสียชีวิตลงกลางทางก่อนที่จะไปถึง เมื่อนั้นก็ได้มีมลาอิกะฮฺสองตนคือมลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาและมลาอิกะฮฺแห่งการลงโทษมาเพื่อรับวิญญาณเขา มลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาต้องการนำวิญญาณเขาไป โดยกล่าวว่าเขาผู้นี้ได้เตาบัตแล้วและมุ่งมั่นไปหาอัลลอฮฺด้วยใจจริง ขณะที่มลาอิกะฮฺแห่งการลงโทษก็ต้องการนำตัวเขาไปและกล่าวว่าเขาผู้นี้ไม่เคยทำดีเลยแม้แต่น้อย เมื่อนั้นอัลลอฮฺจึงส่งมลาอิกะฮฺอีกตนหนึ่งเพื่อเป็นผู้ตัดสิน โดยบอกให้มลาอิกะฮฺทั้งสองวัดระยะทางจากจุดที่เขาเสียชีวิตไปยังทั้งสองเมือง เมืองไหนที่มีระยะทางใกล้กว่าก็ให้ถือว่าเขาเป็นพวกในเมืองนั้น ทั้งสองมลาอิกะฮฺจึงช่วยกันวัดและพบว่าเมืองที่เขาจะอพยพไปมีระยะทางใกล้กว่า(ด้วยการบันดาลและความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ) เมื่อเป็นดังนั้นมลาอิกะฮฺแห่งความเมตตาจึงได้นำเอาวิญญาณของชายผู้นั้นไป” (รายงานโดย มุสลิม)

จุดประสงค์ของการเตาบัต 
ฬนอิสลามนั้นการเตาบัตคือการปรับปรุงแก้ไขตนเอง สังคมและประชาชาติ ฉะนั้นแล้วจำเป็นที่เราจะต้องทราบถึงจุดประสงค์หรือจุดมุ่งหมายของการเตาบัต รวมทั้งอธิบายและประกาศให้มนุษย์ได้เข้าใจเพื่อให้เห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการเตาบัตและทำให้การเตาบัตนั้นปะสบผลสำเร็จและมีผลลัพธ์ที่ดีเป็นรูปธรรมให้เห็นได้ 

การเตาบัตสร้างจิตวิญญาณและหัวใจที่บริสุทธิ์ในตัวมนุษย์ และจะทำให้เขาได้บรรลุถึงตำแหน่งอันสูงส่งของบรรดาคนดีและกลุ่มชนที่ยำเกรงทั้งหลาย เพราะด้วยการเตาบัตนั้นจะยิ่งทำให้เขาได้ใกล้ชิดอัลลอฮฺ(ซบ.)มากขึ้น ถึงแม้ว่าความดีของเขามีน้อยและมากในความผิดก็ตาม ดังหะดิษที่บันทึกโดยอิหม่ามมุสลิม ท่านนบีมูฮำหมัด(ซล.)ได้พูดถึงคนทำชั่วที่ต้องการเตาบัตคนหนึ่งว่า “เคยมีคนหนึ่งในกลุ่มชนสมัยก่อนได้ปลิดชีวิตตนมาแล้ว 99 คนและได้ถามถึงคนที่มีความรู้ที่สุดในแผ่นดินยุคนั้น (เพื่อที่จะปรึกษาเรื่องการเตาบัต) จึงมีคนแนะนำให้เขาไปหานักบวชคนหนึ่ง เมื่อเขาไปถึงจึงบอกกับนักบวชว่าเขาได้ฆ่าคนมาแล้ว 99 คน เป็นไปได้ไหมที่เขาจะเตาบัตตัว นักบวชตอบว่า ไม่มีทาง เขาจึงบันดาลโทสะและฆ่านักบวชคนนั้นเป็นคนที่ 100 เขายังคงถามหาผู้มีมีความรู้ที่สุดในแผ่นดินยุคนั้น จึงมีคนแนะนำให้ไปหาผู้รู้คนหนึ่ง เมื่อเขาไปถึงจึงได้บอกกับผู้รู้คนนั้นว่า เขาได้ฆ่าคนมาแล้ว 100 คน เป็นไปได้ไหมที่เขาจะเตาบัตตัว ผู้รู้นั้นได้ตอบว่า แน่นอนแล้วใครเล่าที่มีสิทธิขัดขวางท่านมิให้เตาบัต ท่านจงเดินทางไปยังดินแดนหนึ่งซึ่งที่นั่นประชาชนเคารพบูชาอัลลอฮฺ(ซบ.) ท่านก็จงบูชาอัลลอฮฺ(ซบ.)ด้วยกันกับพวกเขาและท่านจงอย่ากลับไปที่เมืองของท่านอีก เพราะเป็นเมืองที่มีความชั่ว เขาจึงออกเดินทางไปยังเมืองนั้น เมื่อมาถึงกลางทางเขาได้เสียชีวิตลงมลาอีกะฮฺแห่งความเมตตากับมลาอิกะฮแห่งการลงโทษก็ได้โต้เถียงกัน(ว่าใครมีสิทธิ์ที่จะเอาวิญญาณเขาไป)มลาอิกะฮฺแห่งความเมตตากล่าวว่า เขาได้เดินทางมาเพื่อที่จะเตาบัตตัวต่ออัลลอฮฺ(ซบ.) มลาอิกะฮแห่งการลงโทษกล่าวว่า เขาไม่เคยทำความดีแม้แต่น้อย มลาอิกะฮฺอีกท่านหนึ่งจึงมาในรูปมนุษย์เพื่อตัดสินเขากล่าวว่า จงคำนวณระยะทางระหว่างเมืองที่เขาจะไปกับเมืองที่เขาจากมาแล้วดูว่าเมืองไหนใกล้กว่ากัน หลังจากที่ได้คำนวณแล้วพบว่าเมืองที่เขาะไปอยู่ใกล้กว่า มลาอิกะฮ์แห่งความเมตตาจึงได้รับวิญญาณเขาไป” 

นี่คือสภาพของคนที่ได้กระทำความชั่วอย่างมากมาย ฆ่าคนมาแล้วหนึ่งร้อยคนและในหนึ่งร้อยคนนั้นย่อมมี คนดี คนศอและหฺ คนที่อัลลอฮฺ(ซบ.)รัก อีกทั้งการทำลายชีวิตคนนั้นที่บาปอันใหญ่หลวง แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นมีความตั้งใจที่แน่วแน่ บริสุทธิ์ใจจริงในการเตาบัตตัว จึงเป็นสาเหตุให้อัลลอฮฺ(ซบ.)เมตตา กรุณาเขาและรับเขาเป็นหนึ่งในบ่าวที่ดีของพระองค์ ความตั้งใจจริงในการเตาบัตของฆาตกรคนนี้เป็ฯชนสิ่งที่แก้ไขและรักษาหัวใจของเขาและทำให้เขาละทิ้งการฆ่าและกลับตัวไปยังอัลลอฮฺ(ซบ.) 

นี่เป็นผลที่เห็นได้ชัดเจนจากการเตาบัตในระดับบุคคลและมันมีผลต่อเนื่องโดยตรงต่อสังคมและประชาชาติ ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงส่งเสริมสั่งใช้ให้ผู้ศรัทธาทุกคนทำการเตาบัต อัลลอฮฺ(ซบ.)ตรัสว่า 

ความว่า “และพวกเจ้าทั้งกลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺ(ซบ.)เถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ” 

คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าการเตาบัตนั้นมีประโยชน์ต่อบุคคลเท่านั้น จึงทำให้น้อยคนที่จะเชิญชวนผู้อื่นให้ทำการเตาบัต บางครั้งเราได้ประสบพบกับผู้ที่ทำความผิดและประพฤติสิ่งที่ฝ่าฝืนหลักการอย่างเปิดเผยแต่เราไม่กล้าหรืออายที่จะตักเตือนเขาให้ทำการเตาบัต ซึ่งที่จริงแล้วประโยชน์ของการเตาบัตมิได้อยู่ในกรอบระดับบุคคลอย่างเดียวแต่ยังรวมถึงสังคมและประชาชาติทั้งมวลดังอัลลอฮฺ(ซบ.)ได้ตรัสว่า 

ความว่า “และพวกท่านจงขอนิรโทษจากพระเจ้าของท่าน แล้วจงกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์ พระองค์จะทรงให้แก่พวกท่านซึ่งปัจจัยไปจนถึงวาระหนึ่งที่กำหนดไว้ และพระองค์จะทรงประทานแก่ทุกๆผู้ที่ทำความดีซึ่งความดีของเขาและหากพวกท่านผินหลังให้ แท้จริงฉันกลัวแทนซึ่งการลงโทษในวันอันยิ่งใหญ่” 

จะเตาบัตตัวได้อย่างไร ?

การสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิของอัลลอฮฺ ผู้อภัยในความผิดทั้งหลาย ผู้ยอมรับการกลับเนื้อกลับตัว ผู้ทรงรุนแรงในการลงโทษ ผู้เปิดประตูแห่งการกลับเนื้อกลับตัวแด่ผู้แสวงหาการอภัยโทษและผู้ที่ทรงช่วยเหลือให้ง่ายดายแก่ผู้ที่ต้องการถอนตัวจากการกระทำความผิดทั้งหลาย ขอความสันตสุขจงประสบแด่ท่านนบีมุฮัมมัด ผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นความเมตตาแก่มวลมนุษย์ และขอพระองค์ทรงยกเกียรติท่านให้เหนือกว่าบรรดามนุษย์ทั้งหลาย และขอพระองค์ทรงให้ความจำเริญประสบแด่ครอบครัวของท่าน และผู้ช่วยเหลือท่านทั้งหลาย

พี่น้องที่รักทั้งหลาย คนส่วนมากไม่รู้ถึงความประเสริฐของการเตาบะฮฺและสภาพที่แท้จริงของมันที่พวกเขาจะได้รับหลังจากการทำการเตาบะฮฺอย่างบริสุทธิ์ใจ และถ้าหากพวกเขารู้ถึงความสูงส่งและความประเสริฐของมัน แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร และถ้าพวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่พวกเขาก็ยังคงไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไร 

พี่น้องที่รักทั้งหลาย จงมาเถิด เราจะไปด้วยกัน ให้เราได้ค้นหาการเตาบะฮฺและแนวทางที่แท้จริงที่จะนำเราไปสู่มัน อินชาอัลลอฮฺแล้วเราจะพบหนทางที่ถูกต้องด้วยกัน

พวกเราทั้งหลายล้วนแล้วแต่กระทำความผิด

พี่น้องที่รัก พวกเราทั้งหมดต่างกระทำบาป พวกเราทั้งหลายต่างก็กระทำความผิดด้วยกันทั้งนั้น บางครั้งพวกเราดิ้นรนสู่การเข้าหาอัลลอฮฺ แต่บางครั้งพวกเราพวกเราก็ออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง ในเวลาหนึ่งพวกเราระมัดระวังในคำสั่งของอัลลอฮฺ แต่ในอีกเวลาหนึ่งพวกเรากลับประมาทเล่นเล่อ ไม่เอาใจใส่ต่อขอบเขตของพระองค์ พวกเราไม่เคยอยู่อย่างปราศจากการกระทำความผิดและความผิดพลาดเลย พวกเราไม่ได้มะอฺซูม ดังเช่นที่ท่านรซูลุลลอฮฺ กล่าวความว่า “ทั้งหมดของลูกหลานนบีอาดัมทำความผิด แต่ผู้ที่ดีที่สุดในหมู่ผู้ที่ทำความผิดคือผู้ที่กลับเนื้อกลับตัวอย่างต่อเนื่อง” บันทึกโดย ติรมีซี

ความประมาทหรือการหลงลืมและความบกพร่องหรือความอ่อนแอเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของมนุษย์ แต่พระองค์ก็ทรงเมตตาต่อบ่าวของพระองค์ ด้วยการเปิดประตูแห่งการเตาบะฮฺสำหรับมนุษย์ทั้งหลาย และพระองค์ทรงสั่งให้พวกเรากลับคืนสู่พระองค์ด้วยการเชื่อฟังทุกครั้งที่เราถูกครอบงำด้วยการกระทำความผิด ถ้าไม่เช่นนั้น มนุษย์ทั้งหลายก็จะตกอยู่ในสภาพที่เล้วร้าย และเราจะไม่สามารถแสวงหาความใกล้ชิดจากอัลลอฮฺได้และเราอาจจะสูญสิ้นความหวังในการขอเตาบะฮฺหรือขอการอภัยโทษจากอัลลอฮฺอย่างแน่นอน

เส้นทางสู่การไถ่บาปอยู่ที่ไหน?

คุณอาจจะกล่าวกับผมว่า คุณกำลังแสวงหาความสุขและการไถ่บาปและหวังที่จะได้รับการอภัยโทษ แต่คุณไม่รู้ทางที่จะไปสู่มันหรือไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร คุณเปรียบเสมือนคนจมน้ำต้องการใครสักคนดึงมือคุณและช่วยเหลือคุณขึ้นมา เช่นเดียวกับคนที่หลงทางและรอคอยการช่วยเหลือ คุณต้องการเห็นแสงสว่างแห่งความหวัง แต่เส้นทางไหนที่จะนำคุณไปสู่ความสุขและการรอดพ้นเช่นนั้น

พี่น้องที่รัก เส้นทางนั้นชัดเจน มีเพียงเส้นทางเดียว คือเส้นทางแห่งการเตาบะฮฺ คือทางที่จะนำไปสู่การไถ่โทษและชัยชนะ มันคือเส้นทางที่ถูกเตรียมเอาไว้แล้ว และมันเป็นเส้นทางที่เปิดอยู่ตลอดเวลา พวกท่านทั้งหลายจะต้องไปสู่มัน แล้วพวกท่านจะพบการตอบรับการแสวงหาของพวกท่าน ดังที่อัลลอฮฺ กล่าว 




ความว่า “
82. และแท้จริง ข้าเป็นผู้อภัยอย่างมากหลายแก่ผู้ลุแก่โทษ และศรัทธา และประกอบความดีแล้วยึดมั่นอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง(*1*) 

(1) ในอายะฮ์เป็นการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งการหลงผิดและการฝ่าฝืนด้วยการชี้แจงถึงทางออกและอย่าหมดหวัง
ซูเราะฏอฮา อายะฮฺที่ ๘๒

อัลลอฮฺ เรียกร้องบ่าวของพระองค์ ทั้งบรรดาผู้ศรัทธาและปฏิเสธศรัทธาสู่การกลับเนื้อกลับตัว และพระองค์ทรงแจ้งให้ทราบว่า พระองค์ทรงอภัยโทษต่อทุกความผิดสำหรับผู้ที่กลับเนื้อกลับตัว โดยไม่คำนึงว่ามันจะมากมายขนาดไหนก็ตาม อัลลอฮฺ กล่าวว่า 

ความว่า 
53. จงกล่าวเถิดมุฮัมมัด ปวงบ่าวของข้าเอ๋ย! บรรดาผู้ละเมิดต่อตัวของพวกเขาเอง พวกท่านอย่าได้หมดหวังต่อพระเมตตาของอัลลอฮฺ (*1*) แท้จริงอัลลอฮฺนั้นทรงอภัยความผิดทั้งหลายทั้งมวล แท้จริงพระองค์นั้นเป็นผู้ทรงอภัย ผู้ทรงเมตตาเสมอ (*2*) 

(1) คือผู้ละเมิดกระทำผิดต่อตัวเอง ด้วยการฝ่าฝืนและทำบาปอย่าได้หมดหวังต่อการขออภัยโทษและความเมตตาของอัลลอฮฺ 
(2) คือพระองค์ทรงอภัยโทษความผิดทั้งหมดแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ ถึงแม้ว่าความผิดนั้น ๆ จะมากมายเท่าฟองน้ำที่ลอยอยู่ในแม่น้ำก็ตาม 

ซูเราะอัซซุมัร อายะฮฺที่ ๕๓


Re: อยากเตาบัตตัวจากการฝ่าฝืนอัลลอฮฺ ต้องทำอย่างไร? 
« Reply #1 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2009, 07:54:09 am »อะไรคือความหมายของการเตาบะฮฺ ?

การเตาบะฮฺคือการหันหลังจากทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงเกลียดทั้งภายในและภายนอกเพื่อมุ่งสู่ทุกสิ่งที่อัลลอฮฺทรงรักทั้งสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจและสิ่งที่เราสามารถมองเห็นได้ สิ่งนี้คือตำแหน่งที่สูงที่สุด มันคือการหลีกเลี่ยงจากความผิดทั้งหลายอันเนื่องมาจากการเกรงกลัวต่ออัลลอฮฺ มันคือความรู้สึกสำนึกผิดต่อบาปและการตัดสินที่จะไม่กระทำมันอีก มันคือการกลับคืนสู่อัลลอฮฺในช่วงเวาที่ยังคงเหลืออยู่ในชีวิตของเขา



ทำไมพวกท่านถึงต้องเตาบะฮฺ ?

พี่น้องที่รัก พวกท่านจะต้องทำการเตาบะฮฺเพราะการเตาบะฮฺ คือ
- ลักษณะหนึ่งของการเชื่อฟังต่อพระเจ้าของพวกท่าน เพราะพระองค์ทรงสั่งให้กระทำเช่นนั้น อัลลอฮฺ กล่าวว่า

ความว่า “โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย จงขอลุแก่โทษแด่อัลลอฮฺด้วยการลุแก่โทษอย่างจริงจังเถิด...”
ซูเราะฮฺอัตตะฮฺรีม อายะฮฺที่ ๘
- สาเหตุหนึ่งสำหรับความสำเร็จในชีวิตแห่งโลกนี้และโลกหน้า อัลลอฮฺ กล่าวว่า 
ความว่า “…และพวกกเจ้าทั้งหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮ์เถิด โอ้ บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รับชัยชนะ” ซูเราะฮฺอันนูร อายะฮฺที่ ๓๑
- สาเหตุหนึ่งที่จะได้รับความรักจากอัลลอฮฺ อัลลอฮฺกล่าวว่า
ความว่า “แท้จริงอัลลอฮ์ทรงชอบบรรดาผู้สำนึกผิด กลับเนื้อกลับตัว และทรงชอบบรรดาผู้ที่ทำตนให้สะอาด” ซูเราะฮฺอัลบะกอเราะฮฺ อายะฮฺที่ ๒๒๒ ไม่มีความสุขใดที่จะมากกว่าการได้รู้ว่าพระเจ้าของพวกท่านทรงรักพวกท่านเมื่อพวกท่านกระทำการเตาบะฮฺ
- สาเหตุหนึ่งที่จะทำให้ได้เข้าสวรรค์และปลอดภัยจากไฟนรก อัลลอฮฺ กล่าวว่า 


ความว่า “
59. ภายหลังจากพวกเขา(*1*) ชนรุ่นชั่วก็ได้สืบต่อมา พวกเขาได้ทิ้งละหมาด และปฏิบัติตามความใคร่ ต่อมาพวกเขาก็จะประสบความหายนะ(*2*) 

(1) คือภายหลังจากบรรดาผู้ยำเกรงเหล่านั้น 
(2) คือความชั่ว การขาดทุน ความเสียหาย และความหายนะ อิบนุอับบาสกล่าวว่า “ฆัยยุน” เป็นทุ่งแห่งหนึ่งในนรก

60. เว้นแต่ผู้ขอลุแก่โทษและศรัทธา และกระทำความดี ชนเหล่านั้นจะได้เข้าสวนสวรรค์และพวกเขาจะไม่ได้รับความอธรรมแต่อย่างใด 

ซูเราะฮฺมัรยัม อายะฮฺที่ ๕๙-๖๐
ยังมีสิ่งอื่นอีกหรือที่พวกท่านจะเสาะแสวงหาเพื่อให้ได้มันมาที่จะดีการได้เข้าสู่สวนสวรรค์ ?
- สาเหตุที่ทำให้ได้รับน้ำฝน เพิ่มพูนความเข้มแข็งและได้รับลูกหลานและปัจจัยยังชีพ อัลลอฮฺ กล่าวว่า




ความว่า “และโอ้กลุ่มชนของฉันเอ๋ย ! จงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกท่าน แล้วจงกลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์ พระองค์จะส่งเมฆ(น้ำฝน) มาเหนือพวกท่าน ให้หลั่งน้ำฝนลงมาอย่างหนัก(*1*) และจะทรงเพิ่มพลังเป็นทวีคุณให้แก่พวกท่าน และพวกท่าน และพวกท่านอย่าผินหลังโดยเป็นผู้กระทำผิด”
ซูเราะฮฺฮูด อายะฮฺที่ ๕๒
และอีกอายะฮฺหนึ่ง อัลลอฮฺ กล่าวว่า 



ความว่า 
10. ข้าพระองค์ได้กล่าวว่า พวกท่านจงขออภัยโทษต่อพระเจ้าของพวกท่านเถิด เพราะแท้จริงพระองค์เป็นผู้ทรงอภัยโทษอย่างแท้จริง
11. พระองค์จะทรงหลั่งน้ำฝนอย่างมากมายแก่พวกท่าน
12. และพระองค์จะทรงเพิ่มพูนทรัพย์สินและลูกหลานแก่พวกท่าน และจะทรงทำให้มีสวนมากหลายแก่พวกท่าน และจะทรงทำให้มีลำน้ำมากหลายแก่พวกท่าน


 
อัพเดตเมื่อ : วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2554 13:26 น.
เปิดอ่านแล้ว 9940 ครั้ง
 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 











 

 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com