หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
มุสลิมทานอาหารเจได้หรือไม่?
 



ภาพอาหารเจ

อาหารของมุสลิม

' มนุษย์เอ๋ยจงบริโภคสิ่งที่อนุมัติและที่ดีจากที่มีอยู่ในแผ่นดิน และอย่าปฏิบัติตามรอยเท้าของมาร แท้จริง มันเป็นศัตรูที่เปิดเผยสำหรับสูเจ้า '  จากอัลกุรอาน อัลบะเกาะเราะฮ บทที่ 2 : โองการที่168

 

 


“พระองค์ คือผู้ทรงสร้าง ทุกสิ่งที่อยู่บนโลกเพื่อสูเจ้า แล้วพระองค์ ได้ทรงหันไปยังท้องฟ้า และทรงจัดลำดับมันเป็นเจ็ดชั้นฟ้า และพระองค์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสรรพสิ่ง “ จากอัลกุรอาน อัลบะเกาะเราะฮ บทที่ 2 : โองการที่ 29

 

 


“สำหรับพวกท่านคือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันคือศาสนาของฉัน ” 
จากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกาฟิรูน บทที่ 109 : โองการที่ 6

(บางส่วน)จากซูเราะฮฺ อัลการฟิรูน

- เป็นการจำแนกระหว่างพวกศรัทธากับพวกปฏิเสธการศรัทธา และพวกมุชริกีนอย่างชัดเจน คือการศรัทธาและการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
- ห้ามมิให้มุสลิมนำการปฏิบัติของศาสนิกอื่นมาปฏิบัติหรือเข้าร่วมอย่างเด็ดขาด

ดูเพิ่มเติมซูเราะฮฺอัลกาฟิรูน ที่นี่ (ความหมาย'ซูเราะฮฺอัลกาฟิรูน' และเทศกาลต่างๆกับมุสลิม )

 

ดังนั้น สิ่ง ที่เราทานเข้าไปก็มีผลต่อเลือดเนื้อของเรา หากทานสิ่งไม่ดีสิ่งเหล่านี้ก็จะถูกดูดซึมหมุนเวียนเข้าสู่ร่างกาย หัวใจและสมอง เนื้อในร่างกายก็จะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเช่นกัน  ทำให้มีผลต่อธรรมชาติจิตใจของมนุษย์

ที่สำคัญ จะมีผลต่อการทำอิบาดะฮฺ และการขอดุอาจากพระองค์อัลลอฮฺซุบบะฮานะฮูวะตะอาลาด้วย อีกทั้งเนื้อในร่างกายเรานั้นหากบริโภคในสิ่งที่ต้องห้าม ก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงของนรก.. 

'ก้อนเนื้อทุกชิ้นที่เติบโตมาจากสิ่งฮะรอม(ก้อนเนื้อนั้น) ไฟนรกจะเผาผลาญเป็นเบื้องแรก '(รายงานโดย:ฎ็อบเราะนีย์)

 

 

อาหารเจ VS มุสลิม  "แล้วมุสลิมทานอาหารเจได้ไหม ??  "
 

เจตนาอาหารเจ นั้นเพื่อสิ่งอื่น........ มิใช่เพื่ออัลลอฮฺซุบบะฮานะฮูวะตะอาลา

 


ภาพอาหารเจ

ถึงอาหารนั้น จะไม่มีสิ่งหะรอม เช่น หมู หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้เชือดด้วยการกล่าวนามของอัลลอฮฺ ก็ไม่เหมาะสมที่จะซื้อมารับประทาน เพราะเจตนาของอาหารที่ประกอบขึ้นมานั้นเกิดมาจากความเชื่อ ความศรัทธาของศาสนาอื่น ไม่ทานเนื้อสัตว์ ทั้งที่สัตว์บางชนิด 

มุสลิมได้รับอนุมัติให้ทานเพื่อใช้ในการดำรงชีพในโลกดุนยา และมนุษย์มีชิวิตเพื่อทำอิบาดะฮฺต่อพระองค์

 

 

  


“ และข้ามิได้สร้างญิน และมนุษย์เพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่อเคารพภักดีต่อข้า “ อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อัซซาริยาต บทที่ 51 : โองการที่ 56

 


แต่ผัดหมี่ซั่ว ช่วงอาหารเจ ...ของเขาน่าทานนะ ซื้อมาทานไม่ได้เหรอ .....

อย่าลืมว่า เขาประกอบมาเพื่อเจตนาอะไร......

ถึงเราจะเจตนาดี คิดว่าไม่มีหมูไม่มีเนื้อสัตว์ต้องห้ามทางศาสนา เราก็น่าจะทานได้ << เป็นความคิดที่อันตรายต่อโลกหน้ามาก..... 
มุสลิมจะต้องเลือกบริโภค ไม่ใช่เพราะอยากกินโดยไม่พินิจพิจารณาเพียงว่า... ไม่มีหมูเท่านั้น  (ดังเช่น KFC ที่มุสลิมยังไม่เลิกทาน เพราะไปคิดแค่ว่า ก็ำไก่่ได้ Hala แล้วตอนเขาประกอบอาหารจนสำเร็จออกมาใส่ถาด เขาได้รับการตรวจสอบ Hala อย่างนั้นกันหรือไร โปรดพิจารณากันให้ถ้วนถี่   ฮะลาล+ฮะรอม =ฮะรอม )


แล้วถ้าบริเวณที่เราพักอาศัยอยู่ไม่มีอาหารมุสลิมเลย เราจะทานอาหารเจได้ไหม??

เรา ต้องวางแผนตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าเราไปอยู่แถวนั้นแล้วไม่มีอาหารมุสลิมเราก็ต้องเตรียมตัว เตรียมพร้อมในเรื่องอาหารด้วยการตระเตรียมอาหารเอาไว้  

ถ้าเป็นแถวที่ ทำงานก็หาซื้อหรือทำจากบ้านจากที่พักไป  แก้ปัญหาก่อน โดยเริ่มจากเรา   ถึงแม้ตัวอาหารจะไม่มีสิ่งหะรอม แต่เราก็ต้องหลีกเลี่ยงให้สุดความสามารถของเรา 

 

 

“สำหรับพวกท่านคือศาสนาของพวกท่าน และสำหรับฉันคือศาสนาของฉัน ”  จากอัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลกาฟิรูน บทที่ 109 : โองการที่ 6

และเป็นการจำแนกระหว่างพวกศรัทธากับพวกปฏิเสธการศรัทธา และพวกมุชริกีนอย่างชัดเจน คือการศรัทธาและการปฏิบัติที่แตกต่างกัน

แต่ถ้าเราไม่สนใจ ทานทุกอย่างโดยคิดเพียงแค่อยาก ไม่คำนึงเรื่องฮะลาล ฮะรอม

'ก้อนเนื้อทุกชิ้นที่เติบโตมาจากสิ่งฮะรอม(ก้อนเนื้อนั้น) ไฟนรกจะเผาผลาญเป็นเบื้องแรก ' (รายงานโดย:ฎ็อบเราะนีย์)

อาหารที่มุสลิมกินเข้าไปนั้นจะมีผลต่อชีวิตของเขาทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า  หากการทานอาหารที่พระเจ้าไม่อนุมัติ หรืออาหารต้องห้าม จะมีผลทำให้พระเจ้าไม่รับคำวิงวอนของคนผู้นั้น

ที่มา : annisaa.com

ที่มาของการทานเจ

 


ร้านอาหารเจ

เทศกาลเจ เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 400 ปีมาแล้ว ตามตำนานเล่าว่า เกิดมาในสมัยที่ชาวจีนถูกรุกรานโดยชนชาติแมนจู ซึ่งเข้า
ปกครอง ประเทศจีน และบังคับให้ชนชาติจีนยอมรับวัฒนธรรมของตน อาทิ การไว้ทรงผมเยี่ยงแมนจู คือ โกนศีรษะโล้นทางด้านหน้าและไว้ผมยาวทางด้านหลัง 

ซึ่งหลายคนคงจะชินตาใน ภาพยนตร์จีนที่นำมาฉายทางทีวี  ในสมัยนั้น มีคนจีนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันต่อต้านชาวแมนจู โดยใช้หลักทางธรรมเข้ามาร่วมด้วย 

ชาวจีนกลุ่มนี้ นุ่งขาว ห่มขาวและไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งมีความเชื่อว่า การประพฤติปฏิบัติตามแนวทางนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็ง ให้กับกลุ่มของตนจนสามารถต้านทานชาวแมนจูได้ 

 

คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า  “หงี่ หั่วท้วง” ซึ่งแม้จะได้ต่อสู้อย่างอาจหาญ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถต้านทานการรุกรานของชาวแมนจูได้  เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ชาวจีนที่ยังคงอยู่ภายใต้การปกครองของชาวแมนจู  จึงพากันถือศีลกินเจ เพื่อรำลึกถึงเหล่านักสู้ “หงี่หั่วท้วง” ที่ได้ต่อสู้พลีชีพในครั้งนั้น

            ความเชื่อถืออีกกระแสหนึ่งของตำนานการกินเจนั้น เชื่อกันว่าเป็นการสักการะพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์ รวมเป็น 9 พระองค์ หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า ดาวนพเคราะห์ทั้ง 9 ในพิธีกรรมนี้ สาธุชนจึงงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต หันมาบำเพ็ญศีล โดยการตั้งปณิธานในการกินเจ งดเว้นอาหารคาว เพื่อเป็นการสมาทานศีล 2 ประการ คือ

 

            1. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาบำรุงชีวิตของตน 
            2. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเลือดของตน 
            3. เว้นจากการเอาชีวิตของสัตว์มาเพิ่มเนื้อของตน 

            สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่ พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของกการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ “เจ้าแม่กวนอิม” การกินเจ จึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ


เมนูอาหารเจ

 

ความหมายของ “เจ” 
            “เจ” ในภาษาจีนมีความหมายว่า “อุโบสถ” เป็นคำแปลทางพุทธสาสนา นิกายมหายาน การกินเจนั้นแต่เดิมหมายความถึง “การรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน” ตามแบบอย่างของพระพุทธศาสนา เราจะเห็นตัวอย่างชาวพุทธรักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ด้วยการไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงไปแล้วเช่นเดียวกับพระภิกษุ แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย จึงนิยมเรียกการไม่กินเนื้อสัตว์ไปรวมกับการกินเจ จนถึงปัจจุบัน

 


ประเพณีในเทศกาลกินเจ

ผู้ที่รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ยังคงเรียกว่า “กินเจ”  ความหมายของการกินเจ จึงหมายถึงการรักษาศีล ปฏิบัติธรรมทั้งกาย วาจา และใจ ไม่ใช่หมายความเพียงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น การปฏิบัติธรรมร่วมไปด้วยจึงจะครบเป็น “การถือศีล-กินเจ” อย่างแท้จริง

 

ความหมายของ “ธงเจ”

 


สัญลักษณ์ เจ

            อักษรแดง บนพื้นเหลือง เขียนว่า “ไจ” หรือ “เจ” มีความหมายว่า “ของไม่มีคาว” สีแดงเป็นตัวแทนของความเป็นสิริมงคลในชีวิต ส่วนสีเหลืองเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล 

ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตน “ถือศีล-กินเจ” ได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงระยะ เวลา 9 วัน 9 คืน

ที่มา : http://www.greenspotthailand.com

 

ข้อมูลจากเดลินิวส์: เกร็ดความรู้มีประวัติเกี่ยวกับเทศกาลกินเจมาบอกกัน...

          เทศกาลกินเจ เป็นช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ 10 วัน แด่ คน 9 คน ซึ่งเป็นชาวฮั่นที่ได้ทำการปฏิวัติต่อต้านพวกแมนจูแต่ไม่สำเร็จจึงถูก ประหารชีวิตโดยการตัดคอและโยนลงสู่แม่น้ำหลังจากนั้นก็มีเจ้ามารับวิญญาณ ทั้ง 9 ไป ชาวจีนจึงยกย่องให้ชายทั้ง 9 เป็นเจ้าแห่งเทศกาลกินเจ เมื่อถึงเทศกาลกินเจ ก็คือการไว้ทุกข์ให้บุคคลทั้ง 9 คน ซึ่งเรียกกันว่า เจ้าวันกินเจถ้าดูจากปฏิทินของไทยก็จะไม่ตรงกันทุกปี แต่ถ้านับจากปฏิทินจีน 1 เดือน ก็จะมี 29 - 30 วัน จะไม่มีวันที่ 31 วันกินเจ วันแรกจะตรงกับวันสุดท้ายของเดือนที่แปดนับจากปฏิทินจีนถ้าดูจากปฏิทินจีน เทศกาลกินเจก็จะตรงกันทุกปี

 10 วันของเทศกาลกินเจ

          วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะดูเลิกยามว่าจะเชิญเจ้ามาเวลาไหน แต่ยังไงก็ไม่เกิน12.00น.จะทำการ เชิญเจ้ากันที่แม่น้ำโดยการใช้ ปวย (ถ้าไม่ทราบว่าเป็นยังลองนึกไปถึงตอนที่เข้าศาลเจ้าจะเห็น เป็นเหมือนก้อนสีแดง ๆ 2 ก้อน) จะทราบว่าเจ้ามาก็ต่อเมื่อปวย 2 อันจะทำการเสี่ยงทายโดยการโยน 2 ครั้ง แล้วปรากฏว่า 1 อันหงาย อีก 1 อันคว่ำ ก็แสดงว่าเจ้าทั้ง 9 ได้เสร็จลงมาแล้วการกินเจก็จะเริ่มขึ้นแต่คนส่วนใหญ่ก็ทานกันส่วนหน้าเพื่อ เป็นการล้างท้องยิ่งพวกที่ทำหน้าที่เป็นคนเชิญเจ้าด้วย แล้วบางคนที่เคร่งก็จะทานล่วงหน้ากันเป็นเดือนทีเดียว

          วันที่สี่ เป็นวันที่คนส่วนใหญ่จะมาไหว้เจ้าเหมือนกับเป็นวันนัดกันมาไหว้เจ้า

          วันที่เจ็ด ก็เป็นวันไหว้เจ้าอีกวันแต่วันนี้จะสำคัญกว่าวันที่สี่ เพราะถือว่าเป็นการไหว้เจ้าใหญ่ ใครจะพลาดไหว้วันไหนแต่ห้ามพลาดไหว้วันนี้ ในวันนี้จะมีการซื้อเต่า , ปลาไหล ,นก ฯลฯ มาไหว้ด้วย

          วันที่แปด วันนี้จะมีการลอยกระทงด้วยคล้ายการลอยกระทงของคนไทย ความหมายก็ขอบคุณ เจ้าแม่คงคา สำหรับน้ำที่ให้เรา ๆ ได้ใช้และดื่มกัน แล้วก็ให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ

          วันที่เก้า เป็นวันที่คนเยอะสุด ๆ ก็ว่าได้ ตอนช่วงเช้าก็จะมีพิธีทำทาน หรือเรียกว่า ซิโกว เป็นการให้ทานแก่ พวกผีที่ไม่มีญาติคนแก่บางคนก็เคยเห็นว่ามีวิญญาณมารับของไป (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล) ตอนกลางคืน ก็จะมีแห่มังกร, สิงโต, ขบวนของเด็ก และสาว ๆ อันนี้เป็นแค่ทำสีสันไม่ได้มีความหมาย

          วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ

          การกินเจนั้นจะต้องถือศีลด้วย จึงจะเป็นการกินเจ ที่ถูกต้องและสมบูรณ์ 



 

 
อัพเดตเมื่อ : วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2554 01:54 น.
เปิดอ่านแล้ว 480 ครั้ง
 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 











 

 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com