หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
คุรุสัมพันธ์ ออกโรงโต้คณะใหม่ ยันหลักสูตรฟัรดูอีน ถูกหลักอิสลาม ทีวี 4 ช่องสร้างความแตกแยกให้สังคมมุสลิม
 




คุรุสัมพันธ์ ออกโรงโต้คณะใหม่ ยันหลักสูตรฟัรดูอีน ถูกหลักอิสลาม


อับดุลฮากีม วันแอเลาะ


        2  ปีหลังมีทีวีมุสลิม ช่องที่ดำเนินการโดยมุสลิมที่เรียกตัวเองว่า สายสุนนะห์ หรือคณะใหม่  ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาหลากหลายในสังคมมุสลิม จากการตีความคำสอนแบบสุดโต่งและวิพากษ์วิจารณ์สายเก่าค่อนข้างรุนแรง “อาจารย์อับดุลฮากีม วันแอเลาะ” เป็นอีกผู้หนึ่งที่ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือด ในฐานะผู้นำการเรียนการสอนภาคฟัรดูอีนที่ถูกตีความว่า “บิดอะห์”  ...


        “ผมไม่เคยดูทีวีเหล่านี้ แต่มีคนมาเล่าให้ฟังว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเรียนการสอนภาคฟัรดูอีน เป็นบิดอะห์ จึงขอพูดหน่อย เพื่อไม่ให้สังคมเข้าใจผิด ” อาจารย์อับดุลฮากีม วันแอเลาะ นายกสมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวในระหว่างเปิดงานรวมน้ำใจสู่อัสสาอาดะห์ อ่อนนุช 65 เมื่อ  21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา 

        การเรียนการสอนตามหลักสูตรภาคฟัรดูอีน ดำเนินการโดยสมาคมคุรุสัมพันธ์ฯ ที่ก่อตั้งโดยผู้รู้ทางศาสนา ตั้งแต่ปี 2498 เพื่อให้เยาวชนมุสลิม ได้มีความรู้พื้นฐานในอิสลาม สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ด้วยตนเอง อาทิ การอาบน้ำละหมาด การละหมาด การถือศีลอด เป็นต้น (ดูรายละเอียดจากล้อมกรอบ) กระจายการเรียนการสอนไปทั่วประเทศ มีโรงเรียนสอนหลักสูตรฟัรดูอีนหลายพันโรงเรียนทั่วประเทศ มีนักเรียนจบออกไปในแต่ละปีหลายหมื่นคน เยสาวชนมุสลิมมากกว่า 70% ล้วนผ่านหลักสูตรนี้ นับเป็นพื้นฐานของสังคมมุสลิมมายาวนาน 50-60 ปี การวิจารณ์หลักสูตรว่า ผิดหลักศาสนาเท่ากับเป็นการตีแสกหน้าสังคมมุสลิมอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดศัตรูจำนวนมหาศาล

        “หลักสูตรฟัรดูอีนเปิดการเรียนการสอนมายาวนาน 60 ปี ยืนยันว่า การกำหนดหลักสูตรถูกต้องตามหลักการอิสลาม ยึดถืออัลกุรอ่าน หลักปฏิบัติของรอซูลุลเลาะห์ และการตีความของบรรดาผู้รู้ทางศาสนา ยึดหลักตามมัรฮับชาฟีอี ที่ยึดถือกันมายาวนานในพื้นที่แถบนี้ ตำราส่วนใหญ่แปลมาจากภาษาอาหรับมีการตรวจสอบความถูกต้องชัดเจน” อาจารย์อับดุลฮากีม กล่าว และว่า แม้เราจะยึดอัลกุรอ่าน และหลักปฏิบัติของนบี แต่ก็จะต้องมีนักวิชาการตีความด้วย เพราะคนเราไม่มีใครรู้มาตั้งแต่เกิดจะต้องเรียนรู้จากนักวิชาการ บางคนที่ออกทีวี อธิบายเรื่องราวของศาสนาก็เห็นอ่านจากตำรา แสดงว่า คนพวกนี้ก็ยึดตามตำรา แต่บอกให้คนอื่นไม่ยึดนักวิชาการ 

        “คนเหล่านี้เป็นศัตรูศาสนา เป็นพวกที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ยึดถือในสิ่งผิดๆ อย่าไปยึดถือคนเหล่านี้ พวกมันเป็นพวกทำลาย” อาจารย์อับดุลฮากีม กล่าวด้วยถ้อยคำที่รุนแรง 

        สังคมมุสลิมถูกแบ่งแยกเป็น ฝ่ายชัดเจน เมื่อแนวทางของวาฮาบีย์ได้เข้ามาเผยแพร่ โดยนักศึกษามุสลิมที่ไปเรียนจบมาจากต่างประเทศตามแนวทางวาฮาบีย์ ฝ่ายวาฮาบีย์จะตีความหลักการอิสลามค่อนข้างเคร่งครัดและสุดโต่ง และมองว่าสิ่งที่มุสลิมเคยปฏิบัติกันมาล้วนบิดอะห์ แต่ส่วนใหญ่เป็นหลักการปลีกย่อย อาทิ การไม่ยกมือขออดุอาว์ การนั่งในเวลาละหมาด การดุอาว์หลังละหมาด การซาเราะห์กุโบว์ เป็นต้น แนวคิดของสายสุนนะห์ กระจายไปในหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีการก่อตั้งมัสยิดขึ้นมาใหม่ แยกจากมัสยิดเดิมที่มีในหมู่บ้านและไม่ได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านส่วนหนึ่งได้ถูกแยกเป็น ฝ่ายชัดเจน กลายเป็นความขัดแย้งในหมู่บ้านจำนวนมาก 

        “หลักสูตรฟัรดูอีน ได้ยึดตามหลักซุนนะห์ของนบีมูหัมหมัด เราก็ยึดตามหลักซุนนะห์ อยู่แล้ว แต่บางอย่างก็ต้องอาศัยนักวิชาการ  การมาบอกว่า สิ่งที่เราปฏิบัติเป็นสิ่งที่ผิดเท่ากับคนพวกนี้ ไม่ใช่มุสลิม เป็นคนสร้างความแตกแยก ผมจำเป็นต้องพูด เพื่อให้พวกเราสบายใจว่า สิ่งที่เรายึดถือปฏิบัติกันมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นสิ่งที่ถูกต้อง” อาจารย์อับกุลฮากีม กล่าวต่อหน้ามุสลิมหลายร้อยคน

        สมาคมคุรุสัมพันธ์ฯนับเป็นองค์กรของมุสลิมสายเก่าที่เห็นหัวหอกในการออกมาตอบโต้กับมุสลิมสายวาฮาบีย์ที่ได้รุกคืบผ่านช่องทางโทรทัศน์และโจมตีสายเก่าอย่างรุนแรง ในหลักกฏิบัติบางอย่าง

        ก่อนหน้านี้ อิหม่ามรัศมี ดำชะไว ประธานคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์MTODAY ในการจัดงานเมาลิดว่า ถูกโจมตีจากมุสลิมบางกลุ่มว่า ไม่ถูกต้อง เป็นบิดอะห์ และได้ชี้แจงว่าการจัดงานเมาลิด ไม่ได้เป็นการจัดงานสนุกสนานรื่นเริง แต่เป็นการจัดงานเพื่อรำลึก สดุดีท่านศาสดามูฮัมหมัด และเผยแพร่หลักปฏิบัติที่ดีงามของท่านให้มุสลิดได้นำไปปฏิบัติ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความขัดแย้ง 

        ขณะเดียวกัน ก็มีความพยายามของมุสลิมสายเก่าในการผลักดันให้เกิดสถานีโทรทัศน์ ซึ่งกำลังมีการดำเนินการในหลายภาคส่วน ซึ่งหากสำเร็จก็จะก่อให้เกิดการตอบโต้โต้ตอบที่ดุเดือดเข้มข้นมากกว่าเดิม 


สังคมมุสลิมไทยจึงจะแตกแยกต่อไปอีกยาวนานและนับวันยิ่งจะร้าวลึกมากยิ่งขึ้น 


อิหม่ามมัสยิดอัสอาดะห์

 

บรรยากาศการจัดงานมัสยิดอัสสะอาดะห์



ประวัติคุรุสัมพันธ์


         เริ่มแรกก่อนที่จะเกิดเป็น สมาคมคุรุสัมพันธ์ บรรดาเพื่อนครูที่สอนวิชาการศาสนาอิสลามภาคฟัรดูอีน  ซึ่งศึกษามาจากสำนักเดียวกันคือ  โรงเรียนอันยุมันอิสลาม  โดยท่านอาจารย์ต่วน  สุวรรณศาสน์  เป็นผู้อำนวยการสอน  ต่างก็สอนไปตามความพอใจของแต่ละท่าน  แล้วแต่จะคิดค้นหาวิธีสอนมาใช้เฉพาะตน  หรือจากตำราเล่มหนึ่งเล่มใดที่พอใจนำมาเป็นตำราสอน  แต่ก็มิได้มีตำราที่เหมาะกับเด็กมุสลิมไทย ที่จะศึกษาให้เข้าใจได้เร็วและปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามที่ศาสนากำหนดบังคับไว้ ด้วยเหตุนี้ ปูชนียบุคคลหลายท่าน จึงเข้ามาร่วมกันวางรากฐานการศึกษาให้  เช่น ท่าน อ.ประเสริฐ มะหะหมัดอ.มานิต  เกียรติธารัยอ.สุดใจ วงษ์อารีย์อ.อับดุลลาตีฟ  บุญรอดอ.ชาฟีอี  วันแอเลาะอ.อะห์หมัดชีฮาบุดดดีน  บินซอและห์อ.ซอและห์  ศรีวิเศษอ.อับดุรเราะห์มาน  หมัดเซ็นอ.มูซา  ฮานาฟีอ.อาบีดีน  วิทยานนท์,  อ.มูฮัมหมัด  กอดีรีอ.อิสมาแอล  โซ๊ะเฮง  อ.อรุณ  พิทยายน,  อ.สมาน  มีมูซออ.สันต์  วงศ์อุปถัมภ์  และ อ.สวาสดิ์  สุมาลยศักดิ์  (หรืออะห์ลุ้ลฟัตวา)  พ.ศ.2497  จึงได้จัดกลุ่มเอาจริงเอาจังขึ้น  ว่าจะทำอย่างไรให้เยาวชนมุสลิมในประเทศไทย  ได้มีตำราเรียนเป็นอย่างเดียวกัน  ต่างก็ตกลงวางหลักการศึกษาแต่ละชั้นไปตามวัยของเด็ก  คือ  ชั้นปีที่ 1 – 4  เหตุที่เพื่อนครูต้องวางหลักเกณฑ์การศึกษาให้ง่าย  ให้เด็กเรียนรู้ได้เร็ว  เสียเวลาเรียนน้อย  ก็เพื่อปรารถนาจะให้เด็กได้มีโอกาส  และมีเวลาเรียนวิชาการศาสนา  ให้มีความรู้ มีความสามารถ ปฏิบัติศาสนกิจได้ถูกต้องตามที่ศาสนากำหนดบังคับไว้  อีกทั้ง  เด็กจะได้มีเวลาเรียนวิชาสามัญ  ให้มีความรู้ความฉลาด  ทันกับสังคมและเหตุการณ์ของโลก  หรือเด็กที่เรียนวิชาสามัญอยู่  ก็เรียนวิชาการศาสนาได้     ไม่เป็นอุปสรรคกับการเรียน ไม่เบื่อต่อการเรียนวิชาศาสนา  หรือมีเวลาว่างเพียงเล็กน้อย  ก็สามารถเรียนให้รู้ศาสนกิจที่จำเป็นต้องปฏิบัติได้


                พ.ศ.2498  จึงเริ่มวางหลักสูตรการเรียน  การสอน  พร้อมทั้งตำราเรียนขึ้น  เมื่อผลิตตำราออกมาแล้ว  ก็นำเสนอโรงเรียนต่างๆ โดยการจำหน่ายจ่ายแจก ใครซื้อก็ขาย ใครขอก็ให้ ใครไม่ใคร่เต็มใจใช้ตำรานี้ก็     ยัดเยียดให้  เพื่อปรารถนาที่จะให้เด็กได้เรียนวิชาการศาสนาอย่างเดียว เสียเวลาน้อย  แต่ได้ผลเร็ว  ที่ทำได้เช่นนี้ก็โดยได้รับการอุปการะจาก  บริษัท  มิตรมุขตารี  จำกัด


                พ.ศ.2499  กับ ปีผ่านไป  หลังการทดลองเรียนทดลองสอนและแก้ไขเนื้อหาสาระวิชาการแล้ว  จึงขอจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อ ที่ทำการกองตำรวจสันติบาล  กรุงเทพฯ  ได้ทะเบียนเลขที่  จ.585  สำนักงานตั้งอยู่เลขที่  26  ซ.แมนไทย  ถ.กรุงเกษม แขวงมหานาค  เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
 





โดย :
Muslimtoday Logo
http://muslimtoday.in.th

 
อัพเดตเมื่อ : วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2557 13:02 น.
เปิดอ่านแล้ว 865 ครั้ง
 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 











 

 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com