หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
สวรรคตกษัตริย์อับดุลเลาะฮ์ กับสัญญาณการปรากฏของอิมามมะฮ์ดี ในหลักฐานของอิสลาม
 






ความศรัทธา ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับ “อิมามมะฮ์ดี”   เป็นความศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ในอิสลาม ด้วยความศรัทธานี้ก่อให้เกิดพลังและความหวังให้กับมุสลิมที่รอคอยวันแห่งการปักธงชัยแห่ง “ลาอิลาฮาอิลลัลเลาะฮ์”  เหนือโลกทั้งมวลให้เป็นจริง  ความศรัทธาที่ถูกต้องต่อสิ่งนี้ก่อให้เกิดความกระตือรือร้นที่จะเคลื่อนไหวในการรับใช้ ศาสนา และสร้างฐานรองรับต่อการปรากฏของท่านเพื่อที่จะสถาปนา รัฐอิสลามขึ้นมาบนโลก ซึ่งเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของมุสลิมทุกคน...
 

บรรดาศัตรูของอิสลามรู้ดีว่าความศรัทธานี้เป็นอันตรายต่อแผนร้ายของพวกเขา  และเป็นก้างที่ขวางคอพวกเขาในการคิดที่จะครองโลกเพราะตราบใดที่ความศรัทธาอันนี้ยังมีอยู่อย่างถูกต้องในหัวใจของมุสลิม   แผนการของพวกเขาก็ไม่ถึงเป้าหมาย
 

ดังนั้นบรรดาศัตรูของอิสลามจึงได้พยายามมหาวิถีทางในการที่จะกำจัดเอาความศรัทธาอันนี้ออกไปจากหัวใจของมุสลิม และผู้ที่สนองรับนโยบายอันชั่วช้านี้ได้ดีที่สุดก็คือบรรดามุสลิมผู้โง่เขลาและไร้ความเข้าใจอย่างลึกซึ่งในเรื่องของอิสลาม    โดวิธีการสร้างมะฮ์ดีตัวปลอมหรือบิดเบือนความจริงที่เกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดีอย่างที่บางพวกได้อุตริขึ้น  พวกหนึ่งได้พยายามที่ชี้ให้เห็นว่าใครก็เป็นมะฮ์ดีก็ได้  ถ้าเขามาเพื่อปรับปรุงศาสนา  และอีกหลายๆ พวกที่พยายามจะสร้างมะฮ์ดีตัวปลอมขึ้นมา ในขณะที่ความชัดแจ้งของฮะดีษที่มีอยู่ในทุกนิกายของอิสลาม ซึ่งได้รับการยืนยันว่า เขาคือผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากท่านศาสดา (ศ ) และเป็นลูกหลานของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์  ( อ)
 

ความเชื่อในมะฮ์ดี   ผู้ถูกสัญญาในศาสนาต่างๆ

ความเชื่อในอิมามมะฮ์ดีผู้ถูกสัญญาในลักษณะที่ว่า จะมีบุรุษหนึ่งจากพระผู้เป็นเจ้ามาปลดปล่อยชาวโลกให้พ้นทุกข์โศกนั้นเป็นความเชื่อที่มีอยู่ในทุกศาสนาและทุกสำนักคิด ในศาสนาของยะฮูดี   คริสเตียน  ก็มีปรากฏว่าจะบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จากพระผู้เป็นเจ้ามาปลดปล่อยชาวโลกให้พันจากทุกข์โศก และพวกเขาทุกคนก็กำลังรอคอยมหาบุรุษผู้นี้อยู่ ในคัมภีร์ดี้ด ของชาวฮินดู   ได้กล่าวไว้ว่า   หลังจากที่โลกนี้ได้เข้าสู่ยุคเสื่อมโทรมที่สุด  กษัตริย์หนึ่งจะปรากฏขึ้นในยุคสุดท้าย เขาคือผู้นำแห่งศีลธรรม   เขามีชื่อว่า มันศูร  เขาจะพิชิตโลก   และทำให้โลกทั้งหมดอยู่ภายใต้ศาสนาของเขา ทั้งผู้ศรัทธาและไม่ศรัทธาจะรู้จักเขา เขาประสงค์สิ่งใดจากพระเจ้าของเขาจะได้รับสิ่งนั้น
 

ในคัมภีร์ญามาซ์ ของชาวโซโรอัสเตอร์  ได้กล่าวไว้ว่าบุรุษหนึ่งจากลูกหลานของฮาชิม จะปรากฏขึ้นบนหน้าแผนดิน ผู้มีร่างกายกำยำและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล  ยืนหยัดอยู่ในศาสนาของตาของเขา จะนำความเจริญมาสู่อิหร่าน และจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ จนถึงขั้นที่หมาป่าจะกินน้ำเคียงข้างลูกแกะได้
 

ในคัมภีร์ซันด์ ซึ่งเป็นอีกนิกายหนึ่งของโซโรอัสเตอร์ได้ กล่าวไว้ว่า เมื่อชัยชนะของพระเจ้ามาถึง  บรรดามารร้ายและสาวกของมัน   จะถูกพันธนาการไว้กับแผนดิน และไม่มีทางเข้าสู่สรวงสวรรค์และหลังชัยชนะอันนี้โลกจะเข้าสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง และลูกหลานของอาดัม  จะนั่งอยู่บนบังลังก็แห่งความผาสุกตลอดไป
 

ในคัมภีร์เตารอต บทที่ 20  : 17 ได้กล่าวถึงอิมาม สิบสองจากลูกหลานของอิสมาอีลจะปรากฏขึ้น
 

ในคัมภีร์   ซะบูร  ของท่านนบีดาวูด   ได้กล่าวไว้ว่า ส่วนผู้ทรงคุณธรรม (ศอและห์) เท่านั้นจะเป็นทายาทบนหน้าแผ่นดิน  และเขาจะอยู่ในนั้นตลอดไป
 

ตัวอย่างวจนะท่านศาสดา (ฮะดีษ)  จาก ตำราของพี่น้องมุสลิม

ท่านศาสดา   (ศ็อล) ได้ย้ำถึงความแน่นอนของการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดีว่า ถึงแม้ว่าโลกนี้มีเวลาเหลืออีกเพียงวันเดียวอัลลอฮ  ก็จะส่งชายคนหนึ่งจากเรา   มาบนโลกนี้และจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความยุติธรรม  หลังจากที่มีมันได้เคยเต็มไปด้วยความยุติธรรมและกดขี่  (มุสนัด  อะหมัด อิบนิ  ฮัมบัล)
 

ท่านศาสดา (ศ็อล)  กล่าวไว้ว่า   วันกิยามัตจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าชายคนหนึ่งจากอะห์ลุลบัยต์ของฉัน จะปรากฏตัวและทำให้ภารกิจ   ของฉันสมบูรณ์ด้วยมือของเขา ชื่อของเขาเหมือนชื่อของฉัน  (จากมุสนัด  อะหมัด  อิบนิ   ฮัมบัล)

ท่านหญิงอุมมุ    สะละมะฮ์      ได้รายงานว่า    ท่านรอซูลุลลอฮ (ศ็อล)  ได้พูดถึงมะฮ์ดีถูกสัญญาและย้ำว่า   แน่นอนมันเป็นเรื่อจริงและมาจากลูกหลานของฟาฏิมะฮ์ (หนังสือมุสตัดร็อก อัลหากิม)
 

ท่านรอซูลุลลอฮ    (ศ็อล) ได้กล่าว   ขอแจ้งข่าวดีให้แก่พวกเจ้าในเรื่องของมะฮ์ดี เขาจะปรากฏขึ้นในอุมมะฮ์ของฉันในขณะที่อุมมะฮ์กำลังแตกแยกและสั่นคลอน เขาจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความยุติธรรม   หลังจากที่มันได้เต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่  ทั้งชาวฟ้าและชาวดิน  จะมีความสุขและพึงพอใจต่อเขา  (มุสนัด  อะหมัด อิบนิ ฮัมบัล)
 

ท่านอะมีรุ้ลมุอมินีน  อะลี  ( อ ) ได้กล่าวว่า  อัลลอฮจะทำให้กลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น   ซึ่งพวกเขารักอัลลอฮ  และอัลลอฮก็ทรงรักพวกเขา  และอัลลอฮจะทำให้พวกเขาได้รับอำนาจการปกครองจากพระองค์  คนหนึ่งจากหมู่พวกเขาจะถูกปกปิดซ่อนเร้นเอาไว้  และเขาผู้นั้นคือมะฮ์ดีผู้ถูกสัญญาไว้…..  ซึ่งเขาทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรมโดยปราศจากความลำบากใดๆ สำหรับเขาในการนี้ ในวัยทารกเขาจะห่างไกลจากบิดาและมารดา……   และเขาจะพิชิตเมืองต่างๆ  ของมุสลิมด้วยสันติ  โลกในวันนั้นพร้อมแล้วที่จะรองรับเขา
 

ท่านรอซูลุลลอฮ   (ศ็อล) ได้กล่าวว่า     กออิม มาจากลูกหลานของฉัน  ชื่อของเขาเหมือนชื่อของฉัน  ฉายาของเขาเหมือนฉายาของฉันบุคลิกของเขาเหมือนกับบุคลิกแบบของฉัน  แบบฉบับ  (สุนนะฮ์)  ของเขาเหมือนกับแบบฉัน  เขาจะเรียกประชาชาติกลับมาเข้าสู่ชะรีอัตและศาสนา   ของฉันครั้งหนึ่ง   และจะเชิญชวนมนุษย์เข้าสู่คัมภีร์แห่งพระผู้อภิบาลของฉัน   ใครก็ตามที่ภักดีต่อเขา   ก็เท่ากับได้ภักดีต่อฉัน  และใครก็ตามที่ปฏิเสธการเร้นหายของเขาก็เท่ากับได้ปฏิเสธศาสนาของฉันทั้งหมด
 

สัญญาณก่อการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ)

รายงานที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)และสัญญาณแห่งการปรากฏตัวของท่านนั้นมีจำนวนมาก   และประเภทที่แตกต่างกัน   ส่วนหนึ่งของรายงานได้บรรยายสภาพของสังคมโดยเฉพาะสังคมอิสลามก่อนการปรากฏตัวของอิมาม     และอีกส่วนหนึ่งของรายงานได้บรรยายเหตุการณ์ที่ใกล้วันปรากฏตัวของท่าน    และเหตุการณ์แปลกประหลาดในวันที่ท่านปรากฏตัว
 

และหนึ่งในสัญญาณที่ในตัวบทฮะดิษ มีการกล่าวถึงใกล้วันปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)  คือ การเสียชีวิตของกษัตริย์อับดุลลอฮ์  ซึ่งเราจะพิจารณาฮะดิษต่างๆเหล่านี้พอสังเขป ดังนี้
 

ประการที่หนึ่ง  –  ในรายงาน (ริวายะฮ์) เกี่ยวกับยุคสุดท้าย (อาคิรุซะมาน)  มีการกล่าวถึงความขัดแย้งต่างๆ นานาในราชวงศ์ซาอูด ที่ปกครองแผ่นดินฮิญาซ (ซาอุดิอาระเบีย)   ซึ่งประเด็นที่สำคัญคือว่า ในยุคปัจจุบันประเทศต่างๆล้วนแล้วทำการปกครองแบบประชาธิปไตย  แม้แต่ประเทศในแถบอาหรับ เช่น อีรัก  ซีเรีย แอลจีเรีย อียิปต์ และอีกหลายๆประเทศ ก็เป็นประเทศสาธารณรัฐทั้งสิ้น
 

ต่างจากประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่ปกครองประเทศในระบอบกษัตริย์   และประเด็นนี้เอง มันสอดคล้องกับตัวบทฮะดิษและริวายะห์จำนวนมากที่กล่าวถึงระบบการปกครองของซาอุดิอาระเบีย ซึ่งยุคสมัยก่อนการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ) การปกครองแผ่นดินฮิญาซอยู่ในน้ำมือของครอบครัวอับดุลอาซิส …..
 

ท่านอิมาม ญะอ์ฟัร อัศศอดิก(อ)  กล่าวว่า  ผู้ใดที่ยืนยันข่าวการเสียชีวิตของกษัตริย์อับดุลลอฮ์แก่ฉัน ฉันจะแจ้งข่าวดีและยืนยันในการปรากฏตัวของท่านอิมามมะห์ดี(อ)แก่เขา
 

ท่านอิมามศอดิก(อ) ยังกล่าวเสริมว่า 
เมื่อกษัตริย์อับดุลลอฮ์เสียชีวิต ประชาชนจะเกิดความแตกแยกกันในประเด็นผู้ปกครองคนต่อไป และความขัดแย้งเช่นนี้มันจะบานปลายจนถึงวันปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ด้วยการอนุมัติและพระประสงค์ของพระองค์ อำนาจการปกครองที่ครอบครองมาหลายสิบปี ก็จะหมดสิ้นลง  รัฐบาลใหม่ที่ขึ้นมาปกครองก็จะมีอายุเพียงไม่กี่เดือนและไม่กี่วันเท่านั้น
 

จากนั้นผู้รายงานฮะดิษ ถาม ท่านอิมามศอดิก(อ) ว่า  แล้วเหตุการณ์ความขัดแย้งและความวุ่นวายเช่นนี้จะใช้เวลานานหรือไม่ ??   ท่านอิมาม(อ) กล่าวตอบว่า ไม่  ……
 

ดังนั้นในเวลานี้ ตามทัศนะความเชื่อของบรรดาอาลิมอุลามาอ์ นักวิจัยค้นคว้า เชื่อว่าเป็นยุคแห่งการรอคอยและใกล้การปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)  สัญญาณต่างๆก่อนการปรากฏตัวของท่านมันเกิดขึ้นอย่างมากมายแล้ว ครั้งแล้วครั้งเล่า เรื่องแล้วเรื่องเล่า  ด้วยการคำนึงถึงประเด็นนี้  สามารถสร้างความชัดเจนและประจักษ์ชัดมากยิ่งขึ้นในความสำคัญและการให้ความสำคัญต่อสถานการณ์การเมือง การทหารที่เกิดขึ้นในภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ตะวันออกกลาง ที่เราสามารถนำมาประกอบเป็นหลักฐานอ้างอิงในการเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ใกล้วันปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)  และในบรรดาประเทศที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ ซาอุดิอาระเบีย  เนื่องจากเมืองมักกะฮ์ เป็นเมืองสำคัญในการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) อีกทั้งการขับเคลื่อนของลัทธิวะฮาบี ตักฟีรีย์ ในช่วงทศวรรษนี้ก็พร้อมที่จะสกัดกั้น ทำลายและบิดเบือนเรื่องราวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)
 

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญที่ต้องจับตามอง คือ  เหตุการณ์ล่าสุดในซาอุดิอาระเบีย หลังจากกษัตริย์องค์ใหม่ นามว่า เจ้าชายซัลมาน บิน อับดุลอาซิส ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ซาอูด  มันเป็นการปูทางที่เข้าสู่ความจริงทุกขณะ ตามคำบอกเล่าของฮะดิษและริวายะห์ที่ได้   กล่าวว่า
 

“เมื่อกษัตริย์อับดุลลอฮ์เสียชีวิต ประชาชนจะเกิดความแตกแยกกันในประเด็นผู้ปกครองคนต่อไป และความขัดแย้งเช่นนี้มันจะบานปลายจนถึงวันปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ด้วยการอนุมัติและพระประสงค์ของพระองค์  ……….”
 

ประการที่สอง  –  ในขณะที่กำลังค้นคว้าฮะดิษต่างๆที่เกี่ยวกับสัญญาณก่อนการปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ที่มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในซาอุดิอาระเบีย นั้น  ได้เจอเว็บไซด์ในโลกออนไลน์ ที่มีการพูดถึงในประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมีการอ้างถึงหนังสือ     250   สัญญาณ ก่อนวันปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)
(و خمسون علامة حتی ظهور الامام المهدی (عج))

ผลงานเขียนของท่านอัลลามะฮ์  ซัยยิด มุฮัมมัด อาลี ฎอบาฎอบาอีย์  ฮูซัยนี  พิมพ์ในปี ฮ.ศ 1419    กรุงเบรุต   ซึ่งฮะดิษดังกล่าวเป็นแหล่งอ้างอิงและข้อมูลที่สำคัญในประเด็นสถานการณ์ในซาอุดิอาระเบียก่อนวันปรากฏตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ) ที่ดีที่สุดก็ว่าได้   และเป็นที่มาของการนำเสนอเรื่องดังกล่าวในเว็บไซด์ต่างๆ   โดยอ้างอิงจากหนังสือดังกล่าว หน้าที่ 122    รายงานจากทานศาสดามุฮัมมัด(ซล) ว่า

“มีชายผู้หนึ่งปกครองแผ่นดินฮิญาซ  ชื่อของเขาเหมือนชื่อสัตว์ เมื่อเพ่งมองยังเขาจากไกลจะเห็นว่า  เขาเป็นคนตาเหล่  แต่มองเขาอย่างใกล้ชิดก็จะไม่พบว่าเขาเป็นคนตาเหล่   หลังจากเขาแล้ว จะมีชายอีกคนหนึ่งจากตระกูลของเขาขึ้นปกครอง  ซึ่งมีชื่อว่า อับดุลลอฮ์
 

ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน สำหรับชีอะห์ของฉัน ที่ได้รับการกดขี่จากเขา (อับดุลลอฮ์)…. จากนั้น ท่านศาสดา ได้กล่าวย้ำ 3   ครั้งด้วยกันว่า  ผู้ใดก็ตามที่แจ้งข่าวดีถึงการตายของเขาแก่ฉัน ฉันก็จะแจ้งข่าวดีแก่เขา ถึงการปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ)”
 

ในริวายะฮ์ดังกล่าว ได้อธิบายอย่างชัดเจนว่า  จะผู้มีปกครองท่านหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกับสัตว์  ซึ่งผู้ปกครองคนนั้น คือ กษัตริย์ ฟาฮัด นั้นเอง (ปกครองตั้งแต่ปี  1982 -2005)  ซึ่ง ฟาฮัด ตามความหมายภาษาอาหรับหมายถึง เสือดาว
คำว่า “ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน”  ที่ท่านศาสดาได้กล่าวไว้ นั้น เราสามารถเห็นในการก่ออาอาชาญากรรมต่างๆของฟาฮัด และอับดุลลอฮ์ บิน อับดุลอาซิส   หนึ่งในเหตุการณ์ที่สำคัญสมัยกษัตริย์ฟาฮัด คือการสังหารผู้แสวงบุญชาวอิหร่าน ณ. ทุ่งมินา วันประกาศบารอัต ทำให้มีผู้แสวงบุญเสียชีวิตจำนวนมาก
 

ส่วนอับดุลลอฮ์  แม้นว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาพยายามทำตัวและแสดงตนเป็นผู้เรียกร้องสันติภาพในตะวันออกกลาง แต่ในขณะเดียวกัน ตามหลักฐานที่ปรากฏ บ่งชี้ว่า นับตั้งแต่ ที่ขึ้นครองบัลลังก์ ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มตักฟีรีย์อย่างเด่นชัด  ที่ทำการเข่นฆ่าพี่น้องผู้บริสุทธิ์ในอิรัก ปากีสถาน ซีเรียและอื่นๆ…..    บรรดามุฟตีย์แห่งราชสำนักก็ได้ออกคำฟัตวาต่างๆนานา ในการสนับสนุนกลุ่มตักฟีรีย์ เพื่อทำลายศาสนาสถาน และสถานที่ประกอบศาสนกิจต่างๆ  นอกจากนั้น   กษัตริย์อับดุลลอฮ์ ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับศัตรูอิสลามคือ อเมริกาและยิวไซออนิสต์  โดยที่บรรดาผู้นำเหล่านี้มาร่วมเต้นระบำดาบกันอย่างสนุกสนานในวันครบรอบปีพิธีรำดาบซาอุดิอาระเบีย และนี้คือ ส่วนหนึ่งของผลงานกษัตริย์อับดุลลอฮ์ที่ฝากไว้เป็นอนุสรณ์ให้กับชนรุ่นหลัง
 

หนึ่งในความท้าทายที่รุนแรงของราชวงศ์ซาอูด ในช่วงสิบทศวรรษ  ตามกฎของราชวงศ์ซาอูด ผู้ปกครองหรือกษัตริย์จะต้องเป็นบุคคลที่เป็นลูกหลานของอับดุลอาซิสเท่านั้น ที่มีสิทธิในการขึ้นเป็นกษัตริย์  ซึ่งเมื่ออับดุลอาซิส เสียชีวิต บุตรชายคนต่อไปต้องสืบราชบัลลังก์ แทน   แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า บรรดาลูกหลานของอับดุลอาซิส ล้วนแล้วเข้าสู่วัยชราภาพทั้งสิ้น   ซึ่งจากประเด็นนี้เองบรรดานักวิชาการต่างแสดงทัศนะว่า เหตุการณ์ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นในราชวงศ์ซาอุ เป็นแน่
 

ประเด็นนี้ แม้แต่สมัยที่กษัตริย์อับดุลลอฮ์ ขึ้นบัลลังก์ใหม่ๆ  ก็เกิดปัญหาตามมา แต่ก็สามารถเคลียร์ได้ไปด้วยดี  แต่ปัญหาที่น่าวิตกสำหรับบรรดาผู้อาวุโสของซาอุ คือ ผู้ที่จะขึ้นครองบัลลังก์คนต่อๆไป    เพราะหากเราสังเกตจะเห็นว่า ระหว่างกษัตริย์ฟาฮัด กับอับดุลลอฮ์ จะมีอายุห่างกันเพียงแค่ สามปี  คือกษัตริย์อับดุลลอฮ์ จะมีอายุอ่อนกว่า กษัตริย์ฟาฮัด แค่สามปี  และระหว่างกษัตริย์อับดุลลอฮ์ กับน้องชายอีกคน ชื่อ สุลตาน บิน อับดุลอาซิส ก็ห่างกันเพียงแค่สองสามปีเท่านั้น (ซึ่งเจ้าชายสุลตาน เสียชีวิตไปแล้วก่อนอับดุลลอฮ์)  และหลังจากอับดุลลอฮ์ เสียชีวิต   เจ้าชายซัลมาน บิน อับดุลอาซิส ขึ้นปกครองแทนด้วยวัย 79   ปี   และเป็นไปได้ว่าด้วยอายุที่มาก และโรคป่ายเรื้อรังที่ยาวนาน ไม่รู้ว่าจะสามารถครองอำนาจบัลลังก์ได้นานแค่ไหน    และต่อจากนั้นจะมีอะไรเกิดขึ้น……  เพราะบุตรชายของอับดุลอาซิส ต่างเสียชีวิตกันหมดแล้ว   เหลือแต่ลูกหลานของอับดุลอาซิส   และนี้จึงเป็นที่มาแห่งการสู่ความแตกแยก ความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ในราชวงศ์ซาอุ อย่างแน่นอน   และมันคงเป็นไปตามฮะดิษที่ท่านศาสดามุฮัมมัด(ซล) ได้กล่าวพยากรณ์ไว้อย่างแน่นอน…….
 

เมื่อเจ้าชายซัลมาน ขึ้นเป็นกษัตริย์ ก็ได้ปูพื้นทางให้ทายาทของตน ด้วยการแต่งตั้งบุตรชายของตนขึ้นเป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่ ด้วยวัย 39   ปี   และได้ถอดถอนผู้มีอำนาจคนอื่นๆที่อยู่ในสมัยของอับดุลลอฮ์ ให้หมดไป จึงทำให้มัตอับ บุตรชายของอับดุลลอฮ์  และเจ้าชายท่านอื่นๆเริ่มแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจกับกษัตริย์ซัลมานแล้ว
 

ท้ายที่สุดนี้ สามารถกล่าวว่า ในขณะที่กษัตริย์ ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ ด้วยวัย 79   ปี  และกำลังเผชิญความป่วยไข้นั้น   บรรดาเจ้าชายต่างๆ ประมาน 600 กว่า องค์ ต่างก็เตรียมพร้อมที่รอจังหวะที่จะชิงบัลลังก์ราชวงศ์ซาอูด และมันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการสืบทอดอำนาจโดยตรงจากลูกชายอับดุลอาซิสที่ไม่มีใครเหลืออีกแล้ว มาเป็นลูกหลานของอับดุลอาซิสแทน หรือไม่อย่างไรและจะตรงตามคำพยากรณ์จากตัวฮะดิษต่างๆที่นำเสนอไปแล้วนั้นอย่างไร ต้องติดตามกันดูครับ……  






หลักศรัทธาเรื่อง ?อิมามมะฮ์ดี? คือหลักศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ในอิสลาม
อ่านต่อ: http://www.muslimvoicetv.com/ncontent/contislam_cont.php?nid=13221#ixzz3Q0jJ9Nab




ที่มา: เอบีนิวส์ทูเดย์, www.abnewstoday.com

 

 
อัพเดตเมื่อ : วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ.2558 13:25 น.
เปิดอ่านแล้ว 3755 ครั้ง


 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 

บทความยอดนิยม







 

 


 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com