หน้าหลัก | ข่าวสาร บทวิเคราะห์ | บทความศาสนา | คลิปวีดีโอ | ทีวีออนไลน์ | เสียงสุขภาพ | สารคดี | มุสลิมพลาซ่า | แนะนำร้านอาหารมุสลิม

 
 
 
การแทรกแซงอิรักของอเมริกา นำไปสู่การเพิ่มอิทธิพลของอิหร่าน/การคำนวณที่ผิดพลาดของสายเหยี่ยว
 





  "The Atlantic" นิตยสารรายเดือนชื่อดังของสหรัฐฯ ในรายงานที่เกี่ยวกับบทบาทของอิหร่านในอิรัก ได้เขียนว่า สายเหยี่ยว (กลุ่มกระหายสงคราม) คาดคิดว่าการแทรกแซงทางทหารในอิรักจะนำไปสู่การถูกโดดเดี่ยวและความกลัวของอิหร่าน แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม เตหะรานกลับใช้เป็นประโยชน์ทางการเมืองสำหรับตนเอง และสามารถขยายอิทธิพลของตนในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น...
 

                      ตามการรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส นิตยสาร "The Atlantic" ในรายงายของวันพุธเรื่อง "ความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับอิรัก" นิตยสาร "The Atlantic" ได้ชี้ถึงการขยายตัวเพิ่มขึ้น "อย่างคาดไม่ถึง" ในอิทธิพลของอิหร่าน และเขียนว่า การคำนวณต่างๆ ของกลุ่มสายเหยี่ยวที่คาดคิดว่าสงครามและการบุกอิรักจะทำให้อิหร่านหวาดกลัวและถูกโดดเดี่ยวนั้น กลับกลายเป็นความผิดพลาด
 

                      "Conor Friedersdorf" ผู้เขียนบทบันทึกนี้ ได้ชี้ถึงคำรายงานล่าสุดของสำนักข่าวเอพี เกี่ยวกับอิทธิพลของอิหร่านในอิรัก และได้เขียนว่า : ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องย้อนกลับมามองดูส่วนต่างๆ ของประวัติศาสตร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
 

                       บทบันทึกนี้ได้กล่าวเสริมอีกว่า : ประมาณ 13 ปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ได้ประกาศว่า อิรัก อิหร่านและเกาหลีเหนือ คือ "แกนแห่งความชั่วร้าย" (แม้ว่าอิหร่านและอิรักในช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นศัตรูต่อกันก็ตาม) เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของจอร์จ บุช เชื่อว่า การแทรกแซงและการยึดครองอิรักจะทำให้มือของอเมริกาในการเผชิญหน้าและจัดการกับอิหร่านแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
 

                      " จอห์น โบลตัน" รองรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ ได้กล่าวกับอิสราเอลก่อนบุกอิรักว่า หลังจากสิ้นสุดสงครามในอิรักแล้ว สหรัฐอเมริกาจะเริ่มต้นจัดการกับอิหร่าน การประเมินผลต่างๆ ที่เหมือนกับความเพ้อฝันดังกล่าวนี้ ก็ได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วในสื่อกระแสหลักว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปได้และสมเหตุสมผล
 

                      "The Atlantic" ได้ชี้ถึงรายการ 60 นาที ของสถานีโทรทัศน์ "ซีบีเอส" ในวันที่ 11 เมษายน 2003 ที่ออกอากาศภายใต้หัวข้อ"อิหร่าน : ประเทศต่อไป" (Iran : The Country Next Door) และในรายการนี้ก็มีการพูดอย่างชัดเจนว่าอิหร่านอาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปของการดำเนินการทางทหาร
 

                       "เจฟฟรีย์ เคมพ์" ผู้อำนวยการศูนย์โครงการเชิงกลยุทธ์ระดับภูมิภาค "นิกสัน" ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์หลักในรายการนี้ เขาอธิบายว่า ด้วยกับบุกอิรักของอเมริกา จะทำให้อิหร่านรู้สึกถูกโดดเดี่ยวอย่างรุนแรง พร้อมกับกล่าวว่า : “เราไม่เพียงแต่จะมีการปรากฏตัวที่สำคัญในอิรักเท่านั้น ทว่าเราจะอยู่ในอัฟกานิสถาน อุซเบกีสถาน ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย และโอมานด้วยเช่นกัน เราจะล้อมรอบพวกเขาไว้ และเราจะทำการปิดล้อมพวกเขาด้วยกับพลังอำนาจทางด้านการทหารที่มีศักยภาพเหนือธรรมดาที่สุดเท่าที่โลกเคยพบเห็นมาจนถึงขณะนี้ พวกเขามีความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้”
 

                        ตามรายงานนี้ ในช่วงวันเหล่านั้น "จอช มาร์แชลล์" ผู้เขียนนิตยสารรายเดือน "The Washington Monthly" ได้ปกป้องการดำเนินการทางด้านการทหาร โดยเขียนว่า : “ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า อายุขัยของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านกำลังถูกนับถอยหลัง และเร็วๆ นี้ ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะมาสู่อิหร่าน" เขายังได้เขียนอีกว่า : "นอกจากในกรณีที่ว่า สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะยอมให้ความร่วมมือกับอเมริกาเพียงเท่านั้น ที่จะสามารถต่อชีวิตของตนเองให้ยืนยาวได้"
 

                   "Conor Friedersdorf" ได้เขียนต่อไปอีกว่า : "ด้วยกับการผ่านไปของเวลา เป็นที่ชัดเจนว่าสงครามในอิรักนั้น "ยากเย็นเสียยิ่งกว่าสิ่งที่คิด" กระนั้นก็ตามจนถึงขณะนี้แล้วพวกขวาจัด (สายเหยี่ยว) บางคนก็ยังคงคิดว่า ไม่เพียงแต่รัฐบาลของบุชที่กำลังจะได้รับชนะในสงครามเพียงเท่านั้น ทว่าสงครามอิรักยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน"
 

                     ขณะเดียวกัน เขาได้เขียนต่อไปอีกว่า : "ตอนนี้ได้ผ่านไปหลายปีจนเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า บรรดานักวิเคราะห์ที่กระหายสงคราม (สายเหยี่ยว) และการให้เหตุผลต่างๆ ที่พวกเขาได้ให้ไว้นั้น เป็นความผิดพลาดอย่างสมบูรณ์ การแทรกแซงในอิรักไม่เพียงแต่ไม่ได้ทำให้มือ (อำนาจ) ของอเมริกาที่จะจัดการกับอิหร่านมีความเข้มแข็งขึ้นเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่าได้ยื่นชะแลงเหล็ก (ประโยชน์) ทางการเมืองให้กับอิหร่าน ในการจัดการกับสหรัฐอเมริกาเสียเอง กระทั่งว่าทำให้ประเทศนี้ (หมายถึงอิหร่าน) สามารถเอาชีวิตของทหารอเมริกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ดังเช่นที่สำนักข่าวเอพีได้รายงานว่า อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคได้ไปถึงระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติการณ์ บทเรียนเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศที่ควรจะจดจำจากเรื่องนี้ ไม่ใช่ประเด็นที่ว่าสายเหยี่ยวคำนวณผิดพลาด แม้ว่าพวกเขาจะผิดพลาดจริงก็ตาม และก็ไม่ใช่ประเด็นนี้เช่นกันที่ว่า การมีอำนาจของอิหร่านได้ทำให้อเมริกาตกอยู่ในอันตราย"
 

                     "The Atlantic" ได้เขียนในช่วงท้ายว่า : "บทเรียนที่ควรจะต้องจดจำก็คือ การที่ชาวอเมริกันได้ประเมินศักยภาพของตนในการเขียนแผนกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่และการคาดการณ์ถึงผลต่างๆ ของการแทรกแซงในต่างประเทศไว้ในระดับที่สูงมาก ด้วยกับการผ่านไปของกาลเวลา วิธีการดังกล่าวนี้เองที่เป็นเหตุทำให้สหรัฐอเมริกาแทนที่จะมองสงครามว่าเป็นแนวทางสุดท้าย ซึ่งจะมีผลกระทบติดตามมาที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ แต่กลับกำหนดและเลือกที่จะใช้มันเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโลก... ทว่าแม้แต่ภายหลังจากอิรัก อัฟกานิสถานและลิเบียแล้วก็ตาม การคาดการณ์ต่างๆ ด้วยความมั่นใจก็ยังคงถูกนำเสนอจากกลุ่มกระหายสงคราม (สายเหยี่ยว) ในศูนย์กลางและสถาบันศึกษาวิจัยนโยบายต่างประเทศทั้งหลายของเราอยู่เช่นเคย แม้แต่ในกรณีที่เกี่ยวกับอิหร่าน... อีกเมื่อไหร่ที่อเมริกาจะได้เรียนรู้และจดจำบทเรียนนี่เสียที!!"







ที่มา : 
http://islamicstudiesth.com/index.php/2012-06-04-06-47-60/2012-06-04-06-47-63/476-america-iraq-iran-error

 

 
อัพเดตเมื่อ : วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ.2558 23:41 น.
เปิดอ่านแล้ว 1803 ครั้ง


 
แสดงความคิดเห็น : โปรดใช้ความสุภาพในการแสดงความคิดเห็น

 
  บทความอื่นๆในหมวดเดียวกัน
 

  บทความยอดฮิตในหมวดนี้
 



 

 

บทความยอดนิยม







 

 


 
   
 
 

 
สำนักข่าวเสียงมุสลิม :
32/101 หมู่บ้านพฤษาวิลล์ 14 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510
ติดต่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ : 084-4122234 ,
E-mail: muslimvoicetv@gmail.com